เฉียวหลานซูนึกถึงคำพูดที่จงใจปล่อยออกไปให้ฉู่เหลียงจวินได้ยินก่อนหน้านี้ขึ้นมาอย่างฉับพลัน พอเชื่อมโยงเข้ากับเสื้อโค้ทขนแกะที่ไม่รู้ที่มานั่น หัวใจของเธอก็ค่อย ๆ จมดิ่งลงทีละน้อย
หรือว่า...
เสื้อโค้ทตัวนั้น ฉู่เหลียงจวินเป็นคนส่งมาให้?
เสื้อโค้ทขนแกะแท้ตัวหนึ่งราคาตั้งสี่สิบหยวน เขาเป็นแค่คนงานธรรมดา จะไปเอาเงินมากมายขนาดนี้มาจากไหน?
หรือว่าเขาขโมยมาจริง ๆ?
ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่ามีอะไรไม่ชอบมาพากล เฉียวหลานซูจึงตัดสินใจเงียบ ๆ ในใจว่าจะเก็บเรื่องนี้ไว้ก่อน แล้วคอยสังเกตการณ์อีกสักสองสามวัน
หวางเสวี่ยที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เองก็เข้าใจความคิดของเฉียวหลานซูแล้วเช่นกัน
เธอทะเลาะกับหลิวเจี้ยนกั๋วไปก็ไม่มีประโยชน์ โวยวายไปก็เปล่าประโยชน์ ตราบใดที่อีกฝ่ายยังไม่ได้ลงมือจริง ๆ เธอก็ทำอะไรเขาไม่ได้ แถมถ้าเรื่องบานปลายขึ้นมา ชื่อเสียงของไห่ถังอาจเสียหายไปด้วย
แต่ถ้าหลิวเจี้ยนกั๋วกล้าลงมือทำร้ายไห่ถังขึ้นมา เรื่องก็จะเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ถึงตอนนั้นจับเขาไป ใครก็พูดอะไรไม่ได้สักคำ
หวางเสวี่ยตาเป็นประกาย พยักหน้ารัว ๆ “น้องเฉียว เธอพูดถูก ทำแบบนี้แหละ”
พูดแล้วเธอก็กำหมัดแน่น น้ำเสียงหนักแน่น “คืนนี้ฉันจะให้สามีไปซ่อนแถวสถานีรถไฟ คอยจับตาดูอยู่ในที่มืด แต่มีตำรวจแค่คนเดียว ฉันกลัวว่าจะเอาเขาไม่อยู่ แล้วไอ้สารเลวนั่นจะหนีไปได้อีก”
เฉียวหลานซูถอนหายใจอย่างโล่งอก “ใช่ เธอคิดรอบคอบกว่าฉันมาก”
ทั้งสองปรึกษารายละเอียดกันเรียบร้อย หวางเสวี่ยก็ไม่รอช้า รีบร้อนกลับบ้านไปหาสามีเพื่อจัดการทันที
