วันที่ 15 เดือนสาม
เช้าตรู่ เซวียหมิงหยางก็ดึงกู้ฉือออกจากผ้าห่ม
“น้องฉือ! ตื่นเร็ว! วันนี้ประกาศผลแล้ว!”
กู้ฉือลืมตาขึ้น มองท้องฟ้านอกหน้าต่าง
ไก่ยังไม่ขันด้วยซ้ำ
“ประกาศผลยามซื่อ ยามเหม่าเพิ่งผ่านไปไม่นาน”
“ข้ารู้! แต่ข้านอนไม่หลับนี่!”
เซวียหมิงหยางนั่งอยู่ริมเตียง มือทั้งสองถูเข้าหากันจนเกิดเสียงเสียดสี
“ข้าตื่นตั้งแต่ยามอิ๋น พลิกตัวอยู่บนเตียงตั้งร้อยกว่าครั้ง ข้านับแล้วจริง ๆ ร้อยกว่าครั้ง”
กู้ฉือลุกขึ้นขยี้ตา
“ตอนเจ้าพลิกตัว มีหยิบชาที่คุณหนูเสิ่นส่งมาให้คราวก่อนออกมาดมด้วยหรือไม่?”
“เจ้ารู้ได้อย่างไร!”
เซวียหมิงหยางชะงักไป ก่อนจะยัดกระดาษแผ่นหนึ่งที่ยับย่นกลับเข้าไปในแขนเสื้ออย่างกระอักกระอ่วน
กู้ฉือไม่พูดอะไรอีก ลุกขึ้นแต่งตัวและล้างหน้าแปรงฟัน
เมื่อทั้งสองเตรียมตัวเสร็จและออกจากบ้าน ฟ้าทางทิศตะวันออกเพิ่งเริ่มสาง
เซวียฝูเตรียมรถม้าไว้เรียบร้อยแล้ว
“คุณชาย คุณชายกู้ อาหารเช้าเตรียมไว้บนรถแล้ว มีน้ำเต้าหู้กับปาท่องโก๋ ยังร้อนอยู่ขอรับ”
เซวียหมิงหยางกินอะไรไม่ลง
เขานั่งอยู่ในรถม้า เท้าข้างหนึ่งกระดิกไม่หยุด
ส่วนกู้ฉือกลับสบายอารมณ์นัก
หยิบปาท่องโก๋ขึ้นมาหนึ่งชิ้น จุ่มน้ำเต้าหู้กินอย่างไม่รีบร้อน
“เจ้าสั่นอะไร”
“ข้าประหม่า”
“ประหม่าไปก็ไร้ประโยชน์ ชื่อเจ้าจะอยู่บนประกาศหรือไม่ ล้วนตัดสินแล้ว”
เซวียหมิงหยางสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ แล้วค่อย ๆ ผ่อนออกมา
“น้องฉือ เจ้าคิดว่าข้าจะสอบผ่านหรือไม่?”
“สามข้อแรกของวิชาเลขเจ้าตอบถูกหมด ข้อที่สี่ถูกครึ่งหนึ่ง ส่วนข้อที่ห้าเจ้าก็เขียนสูตรไว้แล้ว บทความสี่คัมภีร์ในสนามหลักแม้ไม่โดดเด่น แต่ก็เป็นไปตามแบบแผน ทั้งยังไม่ผิดข้อห้าม”
กู้ฉือหักปาท่องโก๋ออกมาชิ้นหนึ่ง
“น่าจะมีชื่อบนประกาศ เพียงแต่อันดับคงไม่สูงนัก”
“อันดับไม่สูงข้าก็ยอม! ขอเพียงไม่สอบตก ได้สร้างชื่อให้ท่านพ่อก็พอ”
เมื่อรถม้ามาถึงหน้าที่ว่าการอำเภอ ดวงอาทิตย์ยามเช้าเพิ่งโผล่พ้นขอบฟ้า
ทว่าด้านนอกกำแพงอักษรแปดกลับมีผู้คนยืนเบียดเสียดกันแน่นขนัดแล้ว
