วันที่สาม เดือนสาม
เรือนพักอีกแห่งของจวนตระกูลเซวีย
ในที่สุดเซวียหมิงหยางก็ได้กินอาหารมื้อหนึ่งโดยไม่มีใครคอยควบคุม
บนโต๊ะกลมวางอาหารไว้แปดจาน ทั้งขาหมูตุ๋นซีอิ๊ว ปลากะพงนึ่ง เนื้อแกะผัดต้นหอม กุ้งผัดน้ำมัน และไก่แก่ตุ๋นที่เคี่ยวมาสองชั่วยาม
เซวียว่านถังเป็นผู้เลือกเมนูด้วยตนเอง บอกว่าให้บุตรชายกับกู้ฉือบำรุงร่างกาย
ยามเซวียหมิงหยางนั่งลง ขอบตาก็แดงเรื่อ
“น้องฉือรู้หรือไม่ว่าเดือนนี้ข้าใช้ชีวิตอย่างไร?”
“รู้”
“เจ้าไม่รู้! ทุกวันเจ้าบังคับให้ข้าท่องสูตร บังคับให้ข้าทำข้อสอบ แม้แต่จะดื่มน้ำแกงไก่เพิ่มอีกชามก็ยังคอยควบคุม!”
เซวียหมิงหยางกล่าวฟ้องพลางคีบอาหารใส่ชาม ตะเกียบในมือวาดว่อนราวกังหันลม
เขาคีบขาหมูไปชิ้นหนึ่ง เนื้อแกะอีกสองคีบ ส่วนไก่ก็ใช้มือฉีกน่องขึ้นมาโดยตรง
“ยามนี้ไม่มีใครคอยควบคุมข้าแล้วใช่หรือไม่?”
“ไม่มีใครควบคุมเจ้า”
กู้ฉือประคองชามไว้ ค่อย ๆ ดื่มโจ๊กอย่างไม่เร่งร้อน
“กินช้าหน่อย ระวังสำลัก”
เซวียหมิงหยางมีขาหมูอยู่เต็มปาก พูดอู้อี้อะไรบางอย่าง
กู้ฉือฟังไม่ชัด
“มีของอยู่ในปากก็อย่าพูด”
เซวียหมิงหยางกลืนลงไปอย่างยากลำบาก ก่อนตบอกตนเองสองที
“ข้าบอกว่า อาหารมื้อนี้เป็นมื้อที่ข้ากินได้อร่อยที่สุดในชีวิต”
เขาฉีกน่องไก่อีกชิ้น กัดกินจนปากมันเยิ้ม
“เมื่อก่อนข้าคิดว่าอาหารเลิศรสก็เป็นเช่นนั้นเอง บัดนี้ถึงได้รู้ว่า เมื่ออดอยากมาหนึ่งเดือนแล้วได้กินเนื้อ ก็ราวกับฉลองปีใหม่”
“เจ้าไม่ได้อดอยากเสียหน่อย ทุกมื้อมีอาหารสี่อย่างกับน้ำแกงหนึ่งถ้วย”
“อาหารสี่อย่างกับน้ำแกงหนึ่งถ้วยจะเทียบกับมื้อนี้ได้อย่างไร?”
เซวียหมิงหยางบุ้ยปากไปทางจานกุ้งผัดน้ำมัน
“ยามเก็บตัว เจ้าคอยจับตาดูข้าทุกวัน ข้ากินเพิ่มอีกคำเจ้าก็บ่นว่าอย่ากินจนอิ่มเกินไป ไม่เช่นนั้นช่วงบ่ายจะง่วงจนทำโจทย์ไม่ได้”
กู้ฉือไม่ได้ปฏิเสธ
