เซวียหมิงหยางอ้าปากค้างอยู่นาน ไม่อาจหุบลงได้
“เจ้าว่า... ของไร้ค่า 3 อย่างนี้พอคลุกเคล้าเข้าด้วยกันแล้ว จะแข็งยิ่งกว่าหินหรือ?”
“ประมาณนั้น สิ่งสำคัญของการก่อสร้างคือใช้ทุกสิ่งให้เกิดประโยชน์สูงสุด”
กู้ฉือแตะตัวเลขสองสามตัวบนกระดาษ
“ปูนขาว 3 ส่วน ดินเหนียว 4 ส่วน ทรายละเอียด 3 ส่วน”
“ยามคลุกเคล้าอย่าเติมน้ำมากเกินไป หลังบดอัดแล้วต้องบ่มอย่างน้อย 7 วัน พอครบ 7 วัน เจ้าลองใช้ค้อนเหล็กทุบ หากทุบไม่แตกก็ใช้ได้”
เซวียหมิงหยางจ้องกระดาษ ความคิดแล่นวนอยู่หลายรอบ
แม้เขาจะเรียนหนังสือไม่เอาไหน แต่สัญชาตญาณด้านการค้าสืบทอดมาจากบิดา
“น้องฉือ รอก่อน ความหมายของเจ้าคือ... พวกเราจะไม่ซื้อหินแท่งแล้วหรือ?”
“จะซื้อหินแท่งไปทำไม ตระกูลจงอยากขายราคาเท่าไรก็ขายไป ไม่เกี่ยวข้องกับพวกเรา”
ดวงตาของเซวียหมิงหยางเริ่มเปล่งประกาย
“ถ้าเช่นนั้น ต้นทุนของดินสามประสาน...”
“ปูนขาวได้จากการเผาในเตาปูน ดินเหนียวมีอยู่ทั่วทุกแห่ง ส่วนทรายละเอียดก็ขุดได้ตามหาดทรายริมแม่น้ำ ของทั้งสามอย่างรวมกันแล้ว ดินสามประสานหนึ่งลูกบาศก์จั้งมีต้นทุนไม่ถึง 50 อีแปะ”
เซวียหมิงหยางลุกพรวดขึ้นด้วยความตื่นเต้น เก้าอี้แทบพลิกคว่ำ
“50 อีแปะ?! หินแท่งหนึ่งก้อนราคา 900 อีแปะ แต่ดินสามประสานหนึ่งลูกบาศก์จั้งราคา 50 อีแปะ?”
“ลองคำนวณดู หินแท่ง 3,000 ก้อนต้องใช้เงิน 2,700 ก้วน หากเปลี่ยนเป็นดินสามประสาน ใช้ปริมาณเท่ากันก็ไม่ถึง 150 ก้วน”
ลมหายใจของเซวียหมิงหยางเริ่มถี่ขึ้น มือทั้งสองข้างสั่นระริก
“น้องฉือ”
“อืม”
“ของสิ่งนี้... ใช้ได้แค่สร้างเขื่อนหรือ?”
