กระดูกไก่กองพะเนินอยู่เต็มโต๊ะในห้องโถง
ยายเฒ่าผู้นั้นนานทีจะใจกว้างสักครั้ง ถึงกับตุ๋นไก่ทั้งตัวเป็นหม้อใหญ่ ทั้งยังใส่เห็ดแห้งที่เก็บไว้ตั้งแต่ก่อนปีใหม่ลงไปด้วย
น้ำแกงสีเหลืองทอง กลิ่นหอมลอยจากห้องครัวไปจนถึงปากประตูเรือน
กู้เนี่ยนประคองชามไว้ ค่อย ๆ จิบแกงไก่ทีละน้อย
“พี่สาว น่องไก่นี่ให้พี่~”
กู้หรงรีบกดตะเกียบของนางไว้
“เจ้ากินเถิด พี่กินปีกไก่ก็พอ”
“แต่น่องไก่อร่อยกว่านี่นา”
“เชื่อฟังพี่”
กู้เนี่ยนยื่นปากน้อย ๆ ก่อนหันไปมองกู้ฉือ
“พี่ชาย พี่สาวไม่กินน่องไก่”
กู้ฉือคีบน่องไก่อีกชิ้นหนึ่งใส่ลงในชามของกู้หรง
“คนละชิ้น ไม่ต้องยกให้กัน”
กู้หรงอ้าปากเล็กน้อย ก้มมองน่องไก่มันเงาในชาม แล้วไม่ผลักคืนอีก
หวังซื่อมองอยู่ข้าง ๆ ขอบตาพลันร้อนผ่าวขึ้นมาอีกครา
นางใช้แขนเสื้อเช็ด ก่อนแสร้งทำเป็นไปตักน้ำแกง
หลี่ซื่อนั่งอยู่อีกด้านหนึ่ง เคี้ยวคอไก่อยู่ในปาก อดทอดถอนใจไม่ได้
“ฉือเกอร์ เจ้าสอบได้อั้นโส่วกลับมา ยายของเจ้าถึงกับยอมฆ่าแม่ไก่ตัวเก่าที่เก็บไว้ก้นหีบ”
“ถ้าเป็นปีก่อน ๆ ไก่ตัวนี้คงต้องเลี้ยงไว้ให้ออกไข่จนถึงฤดูใบไม้ร่วง”
ยายเฒ่าถลึงตามองนาง
“กินของเจ้าไป”
หลี่ซื่อคายกระดูกชิ้นหนึ่งออกมา แล้วหัวเราะเงียบ ๆ
กู้จ้งอี้นั่งอยู่ตรงมุมโต๊ะ แทะโครงไก่อยู่ชิ้นหนึ่ง เบื้องหน้ายังมีคัมภีร์ต้าเสวียเล่มที่เปิดจนขอบกระดาษเป็นขุยวางแผ่อยู่
แม้แต่ตอนกินข้าวก็ยังไม่ยอมวางมือ
กู้ป๋อหลี่นั่งตรงข้ามเขา วันนี้พูดน้อยกว่าปกติมาก
บทสนทนาบนโต๊ะอาหารล้วนเป็นเรื่องของกู้ฉือ
