แสงตะวันยามเย็นเพิ่งลับพ้นกำแพงหัวม้าไปหมาด ๆ
โคมผ้าแดงในสวนด้านหลังที่ว่าการอำเภอทยอยสว่างขึ้นทีละดวงแล้ว
วันที่สิบแปดเดือนสาม
กู้ฉือซึ่งเดินทางกลับจากชนบท มาถึงที่ว่าการอำเภอพร้อมกับเซวียหมิงหยาง
ทั้งสองสวมชุดบัณฑิตสีเขียวของสำนักศึกษาลู่หมิง ซักจนสะอาดเอี่ยม รีดจนเรียบกริบ
เซวียหมิงหยางก้าวเข้าประตูใหญ่เพียงเท้าเดียว คอก็หมุนซ้ายขวาราวกับลูกข่าง
“น้องฉือ ดูความโอ่อ่านี่สิ จุ๊ ๆ แม้แต่ตอนบิดาข้าจัดงานเลี้ยง ยังไม่หรูหราเช่นนี้เลย”
กู้ฉือกวาดตามองเครื่องประดับตรงระเบียงทางเดิน
“โคมของที่ว่าการอำเภอเบิกจากเงินหลวง ส่วนโคมของท่านลุงควักเงินตัวเอง จะเหมือนกันได้อย่างไร”
เซวียหมิงหยางครุ่นคิด ดูท่าจะไม่เหมือนกันจริง ๆ
“แล้วพวกเรานั่งตรงไหน?”
“ในบัตรเชิญเขียนไว้ ที่นั่งแรกทางขวาของอั้นโส่ว”
“แล้วข้าล่ะ?”
“อันดับที่สิบเอ็ด ก็ถัดไปตามลำดับ”
เซวียหมิงหยางทำหน้าเหมือนถูกเอาเปรียบ
“พวกเรามาด้วยกัน จะนั่งด้วยกันไม่ได้หรือ?”
“กฎก็คือกฎ หากไม่พอใจ คราวหน้าก็สอบให้ติดสิบอันดับแรกสิ”
เซวียหมิงหยางฮึดฮัด ขยับก้นไปมาแล้วจำต้องยอมรับ
ทั้งสองเดินตามระเบียงมุ่งหน้าไปยังโถงใหญ่
ตลอดทางมีถงเซิงหน้าใหม่จับกลุ่มสองสามคนยืนพูดคุยกันอยู่ไม่น้อย
เมื่อเห็นกู้ฉือ เสียงวิพากษ์วิจารณ์เงียบลงชั่วขณะ ก่อนจะดังขึ้นอีกครั้งราวกับคลื่นซัดฝั่ง
“นั่นหรืออั้นโส่ว?”
“ตัวเล็กจริง ๆ”
“สูงไม่ถึงโต๊ะที่บ้านข้าด้วยซ้ำ”
