วันก่อนงานเลี้ยงปักบุปผา
ฟ้ายังไม่ทันสาง กู้ฉือก็ลุกจากเรือนพักอีกหลังของจวนตระกูลเซวียแล้ว
เซวียหมิงหยางพลิกตัว พึมพำงัวเงีย
“น้องฉือ...ฟ้ายังไม่สางเลย...เจ้าไม่ต้องไปเข้าสอบแล้วเสียหน่อย...”
“ข้าจะกลับหมู่บ้านสักเที่ยว”
เซวียหมิงหยางตื่นขึ้นมาสามส่วนทันที ยันกายลุกขึ้นครึ่งหนึ่ง
“รอข้าก่อน ข้าจะไปเป็นเพื่อนเจ้า”
“ไม่ต้อง”
กู้ฉือสะพายห่อสัมภาระที่พับเรียบร้อยขึ้นบ่า
“เจ้าอยู่ในเมืองเถิด พรุ่งนี้มีงานเลี้ยงปักบุปผา พักผ่อนให้เต็มที่”
เซวียหมิงหยางขยี้ตา
“แล้วเจ้าจะกลับเมื่อใด?”
“พรุ่งนี้เช้า”
กู้ฉือผลักประตูออกไป ท้องฟ้าเหนือเรือนยังคงมืดสลัว
รถเทียมล่อของจวนตระกูลเซวียเตรียมไว้พร้อมแล้ว
เซวียฝูนั่งอยู่บนคานรถ มือรวบสายบังเหียนไว้ ครั้นเห็นกู้ฉือออกมา ก็ยิ้มทักทาย
“คุณชายกู้ เดินทางราวหนึ่งชั่วยาม พอถึงปากหมู่บ้าน ฟ้าก็คงสว่างพอดีขอรับ”
กู้ฉือพยักหน้า พลิกตัวขึ้นรถ
เมื่อสะบัดแส้ม้า รถเทียมล่อก็โคลงเคลงเคลื่อนออกจากประตูเมือง
จากอำเภอชิงเหอถึงหมู่บ้านชิงเหอ มีเส้นทางบนเขายาวสิบห้าลี้
เมื่อครึ่งปีก่อน เขายังต้องนอนพาดหลังท่านลุงใหญ่ เดินมาตลอดเส้นทางนี้
กู้ฉือเลิกม่านรถ มองออกไปด้านนอก
คันนากลางเดือนสามเริ่มมีสีเขียวประปราย กิ่งหลิวริมทางผลิยอดอ่อน ส่วนแม่น้ำชิงเหอที่อยู่ไกลออกไปสะท้อนแสงยามรุ่งอรุณระยิบระยับดุจเศษเงิน
เขาวางม่านลง เอนหลังพิงผนังรถแล้วหลับตาพักผ่อน
รถเทียมล่อแล่นมาได้เกินครึ่งชั่วยาม
ยังไม่ทันถึงปากหมู่บ้าน กู้ฉือก็ได้ยินเสียงคนพูดคุยแว่ว ๆ จากด้านนอก
เสียงดังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ ทั้งยังปะปนกันอื้ออึงขึ้นทุกที
เซวียฝูรั้งบังเหียน หันกลับมาบอกคนในรถ
“คุณชายกู้ ด้านหน้า...ดูเหมือนมีคนมารออยู่ขอรับ”
กู้ฉือเลิกม่านขึ้น
ใต้ต้นไหวเก่าแก่มีผู้คนยืนล้อมกันแน่นขนัด
ท่านปู่เจ็ดถือไม้เท้ายืนอยู่หน้าสุด ด้านหลังมีครอบครัวป้าจาง หลี่ คนงานของบ้านสกุลหลิว และบรรดาลุงกับลูกพี่ลูกน้องสิบกว่าคนที่เคยช่วยตระกูลกู้สร้างบ้านก่อนปีใหม่
แม้แต่คนจากบ้านหลายหลังทางตะวันออกของหมู่บ้าน ซึ่งปกติไม่ค่อยไปมาหาสู่กัน วันนี้ก็ยกม้านั่งมานั่งใต้ต้นไม้ด้วย
ท่านปู่เจ็ดสายตาเฉียบคม
