“เถ้าแก่ อย่าใช้ห้าอีแปะมากดราคาพี่สาวข้าเลย”
กู้ฉือเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ใบหน้าประดับรอยยิ้มบาง ดวงตาโค้งเป็นจันทร์เสี้ยว
“พี่สาวข้าไม่รู้ราคาตลาด มิได้หมายความว่าข้าไม่รู้”
“ผ้าเช็ดหน้าผืนละสิบห้าอีแปะ ถุงหอมใบละยี่สิบอีแปะ ราคานี้ขาดตัว หากท่านเห็นว่าเหมาะสมก็ค่อยรับซื้อ”
“หากเห็นว่าไม่เหมาะก็ไม่เป็นไร ข้าจะให้ผู้ดูแลทางคุณชายเซวียแจ้งไปสักคำ แล้วลองถามดูว่าร้านผ้าแพรเซวียจี้รับงานปักรายย่อยหรือไม่”
ประโยคสุดท้ายนี่เองคือไม้ตาย
สีหน้าของเถ้าแก่อ้วนเปลี่ยนไปมาสองสามรอบ
เขาทำมาหากินด้วยการรับซื้อสินค้าจิปาถะจากชาวบ้าน แล้วนำไปขายต่อในเมืองเพื่อกินส่วนต่าง
หากร้านผ้าแพรเซวียจี้เริ่มรับงานปักรายย่อย ร้านของชำเล็ก ๆ อย่างเขาคงไม่ได้แม้แต่น้ำแกง
ภายในร้านเงียบงันอยู่ครู่หนึ่ง
เถ้าแก่อ้วนหมุนพัดใบลานในมือสองรอบ ก่อนวางลงบนโต๊ะคิดเงินเสียงดังเพียะ
“ได้ ผ้าเช็ดหน้าผืนละยี่สิบอีแปะ ถุงหอมใบละยี่สิบห้าอีแปะ”
กู้ฉือกะพริบตา
สูงกว่าราคาที่เขาเสนอไปตั้งห้าอีแปะ
เห็นชัดว่าเถ้าแก่อ้วนกลัวเขาจะไปช่วยเป็นธุระให้ร้านเซวียจี้จริง ๆ จึงเพิ่มราคาให้อีกหลายอีแปะ เป็นเงินปิดปาก
“แต่มีข้อแม้”
เถ้าแก่อ้วนชูนิ้วสั้นป้อมขึ้นมาหนึ่งนิ้ว
“ต่อไปหากมีงานปักดี ๆ ต้องให้ทางข้าก่อน อย่าเอาไปให้ร้านเซวียจี้ เข้าใจหรือไม่”
กู้ฉือหันไปมองกู้หรง
กู้หรงยังคงงุนงง ปากอ้าค้างเล็กน้อย นิ้วยังค้างอยู่ในท่าบิดชายเสื้อ
“พี่สาวคิดว่าอย่างไร”
กู้หรงได้สติกลับมาแล้วรีบพยักหน้าติด ๆ กัน
