สุราผลไม้ในห้องส่วนตัวมีดีกรีไม่สูงนัก ทว่าเซวียหมิงหยางกลับดื่มจนเมามาย
เขาฟุบหลับสนิทอยู่บนโต๊ะน้ำชาที่ทำจากไม้หวงฮวาหลี
อาเถายืนหัวเราะปิดปากอยู่ข้าง ๆ
กู้ฉือรออยู่ครึ่งชั่วยาม เซวียหมิงหยางจึงค่อย ๆ ลืมตาขึ้นอย่างสะลึมสะลือ
ท้องฟ้าด้านนอกมืดลงแล้ว
เซวียหมิงหยางเอนกายอยู่บนรถม้าที่กำลังมุ่งหน้ากลับจวน ปากยังพึมพำไม่หยุด
“น้องฉือ หอสดับพิรุณแห่งนี้ไม่เลวจริง ๆ”
“คราหน้ายังมาอีก”
ยามปลายฤดูใบไม้ร่วงในอำเภอชิงเหอ สายลมแฝงไอเย็น
ภายในลานสำนักศึกษาลู่หมิง ต้นแปะก๊วยอายุร้อยปีสองต้นร่วงใบเหลืองเกลื่อนพื้น
เสียงระฆังเลิกเรียนดังขึ้นแล้ว
เหล่าบัณฑิตทยอยจับกลุ่มสองสามคนเดินออกไป
กู้ฉือเก็บหีบหนังสือเรียบร้อย กำลังจะออกจากที่นี่พร้อมเซวียหมิงหยาง
ผู้ช่วยอาจารย์หลี่เดินออกมาจากโถงด้านหลัง
“กู้ฉือ เจ้าสำนักเรียกเจ้าไปพบที่ห้องหนังสือ”
เซวียหมิงหยางขยับเข้ามาใกล้ ลดเสียงลงกล่าวว่า
“น้องฉือ อาจารย์โจวเรียกเจ้าไปด้วยเหตุใด หรือเรื่องที่หอสดับพิรุณคราก่อนมีคนไปร้องเรียนแล้ว?”
กู้ฉือเหลือบมองเขา
“เจ้าร้อนตัวหรือ?”
“ข้า... ข้าแค่กลัวว่าจะพลอยทำให้เจ้าเดือดร้อน”
เซวียหมิงหยางถูมือไปมา
“เช่นนั้นให้ข้าไปกับเจ้าด้วยหรือไม่?”
“ไม่ต้อง”
กู้ฉือยกหีบหนังสือขึ้น แล้วเดินตามผู้ช่วยอาจารย์หลี่ไปยังโถงด้านหลัง
เมื่อเหยียบย่ำใบแปะก๊วยสีทองที่ปกคลุมพื้น เสียงกรอบแกรบแผ่วเบาก็ดังขึ้นใต้ฝ่าเท้า
ประตูห้องหนังสือในโถงด้านหลังแง้มอยู่ครึ่งหนึ่ง
ผู้ช่วยอาจารย์หลี่หยุดฝีเท้า
“เข้าไปเถิด เจ้าสำนักรออยู่ข้างใน”
กู้ฉือประสานมือกล่าวขอบคุณ
เขาผลักประตูแล้วก้าวเข้าไป
ภายในห้องหนังสืออบอวลด้วยกลิ่นไม้จันทน์จาง ๆ
โจวปิ่งเหวินนั่งอยู่หลังโต๊ะหนังสือตัวใหญ่
