เปียนจิ่วเยว่ยืนอยู่ตรงพื้นที่ว่างกลางฝูงชนที่แหวกออก
บนเวที ลั่วซิงหยวนกระโดดโลดเต้นลงมาจากข้างราวกั้น
เขาวิ่งผ่านฝูงชนที่แยกออกเป็นทาง ตรงมาหยุดอยู่ตรงหน้าเปียนจิ่วเยว่ เงยหน้ามองเธอ ดวงตาสองสีวาววับกะพริบปริบ ๆ
“พี่สาว โกรธหรือเปล่า?”
เปียนจิ่วเยว่ก้มมองใบหน้านี้แล้วอยากหยิกเขาจริง ๆ ยังกล้าถามอีกว่าเธอโกรธไหม คิดอะไรอยู่กันนะ!
ผิวขาวนวล ขนตาหนา ริมฝีปากยังเปื้อนคราบเลือดที่เช็ดไม่สะอาด
เหมือนเด็กที่กำลังอ้อนขอขนมไม่มีผิด
ถ้าไม่ใช่เพราะมีดอกไม้คร่าชีวิตเพิ่มขึ้นมาบนต้นคอ เธอคงเกือบเชื่อแล้ว
สายตารอบข้างล้วนจับจ้องมาที่เธอ
นักเรียนใหม่ที่เมื่อครู่ยังกระซิบกระซาบกันอยู่ ตอนนี้กลับเงียบกริบราวกับกำลังดูละคร
เปียนจิ่วเยว่กลอกตาในใจไปแปดร้อยรอบ ก่อนฝืนยิ้มออกมา
“ไม่โทษนายหรอก”
แววตาลั่วซิงหยวนฉายความผิดหวังวูบหนึ่ง ก่อนจะกลับมาเป็นประกายอีกครั้ง เขาเผยเขี้ยวเล็ก ๆ สองซี่ แล้วขยับเข้ามาใกล้กว่าเดิม “จริงเหรอ? พี่สาวไม่โกรธเหรอ?”
เปียนจิ่วเยว่รีบคุกเข่าข้างหนึ่ง ก้มหน้าพูดว่า “ก่อนหน้านี้ฉันไม่รู้ฐานะขององค์ชาย จึงเสียมารยาทไป ขอองค์ชายโปรดอย่าถือสา”
พูดพลางล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อนักเรียน คลำเจอของแข็งชิ้นนั้น
เธอหยิบกระดุมสีแดงคล้ำออกมา วางบนฝ่ามือแล้วยื่นไปตรงหน้าลั่วซิงหยวน
“องค์ชาย เอาของนี่คืนไปเถอะ”
รอยยิ้มของลั่วซิงหยวนชะงักค้าง
เปียนจิ่วเยว่พูดเสียงเรียบ “ของติดตัวนาย ฉันเป็นแค่มนุษย์ธรรมดาเก็บไว้ไม่เหมาะหรอก”
เธอพูดความจริง
ตอนอยู่เคเอฟซี เขาคงคิดว่ากระดุมเม็ดนี้เป็นของแทนใจอะไรสักอย่าง แต่พอเห็นแบบนี้แล้ว ดูเหมือนมันจะไม่ใช่อย่างที่เธอคิด
ตอนนี้เธอถูกผูกไว้กับสัญญาแห่งสีชาด แถมทุกคนยังจ้องเธออยู่ พกของแทนใจที่สมาชิกคณะผู้ดูแลให้ติดตัวไว้ แบบนี้ไม่เท่ากับรนหาที่ตายหรอกหรือ
