“เธอเข้าใจผิดแล้ว” เปียนจิ่วเยว่พูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “ฉันไม่ได้ดูถูกเธอ แค่ไม่อยากตายเท่านั้น”
หลินฉู่เสว่ชะงัก น้ำตาคลอเบ้า
“ที่เธอพูดหมายความว่ายังไง? เธอจะบอกว่าถ้าเข้าร่วมเซิ่งหลานแล้วจะต้องตายเหรอ? นี่เธอกำลังสงสัยในอุดมการณ์ของพวกเราอยู่หรือไง?”
เปียนจิ่วเยว่คลึงขมับ
เธอพบว่าการพูดเหตุผลกับคนแบบนี้เหนื่อยยิ่งกว่าพูดกับพวกแวมไพร์เสียอีก
“ฉันไม่ได้สงสัยในอุดมการณ์ของเธอ” เปียนจิ่วเยว่จ้องตาอีกฝ่าย เน้นคำทีละคำ “เธออยากเป็นฮีโร่ก็เรื่องของเธอ แต่ฉันไม่อยากเป็น เธอคงบังคับฉันไม่ได้หรอกมั้ง”
ใบหน้าของหลินฉู่เสว่แดงก่ำ ริมฝีปากสั่นระริกสองครั้ง
หญิงสาวผมสั้นที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ประคองแขนเธอไว้ ก่อนเอ่ยเสียงเบาอย่างประหม่า “เพื่อนเปียน ฉู่เสว่ทำเพื่อทุกคนนะ เธอแค่อยากให้มนุษย์สามัคคีกัน...”
“สามัคคีเหรอ?” เถียนเจาตี้โผล่ครึ่งตัวออกมาจากเตียงชั้นบน หัวเราะเยาะ “พวกเธอจะสามัคคีกันก็เชิญ แต่อย่าลากพวกเราไปด้วยก็แล้วกัน”
ฉู่ซินหรานเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ กอดอกเงียบ ๆ แต่สีหน้าก็บอกชัดว่าเธอคิดยังไง
ในที่สุดน้ำตาของหลินฉู่เสว่ก็ร่วงลงมา นิ้วมือกำชายกระโปรงแน่น
“พวกเธอ... ทำแบบนี้ได้ยังไง?” เสียงของเธอสั่นเครือเหมือนกำลังร้องไห้ “มนุษย์ก็เป็นฝ่ายเสียเปรียบอยู่แล้ว ถ้าไม่สามัคคีกันต่อต้าน แล้วจะยอมเป็นวัวเป็นม้าให้พวกนั้นจริง ๆ เหรอ? เปียนจิ่วเยว่”
คำถามรัวเป็นชุดของหลินฉู่เสว่ทำให้เปียนจิ่วเยว่ปวดหัว
เธอกลอกตาในใจ
นางเอกคนนี้เป็นบ้าอะไรหรือเปล่า?
แค่บอกว่าไม่อยากยุ่งด้วย ทำไมกลายเป็นคนไร้ศักดิ์ศรีไร้กระดูกสันหลังไปได้?
“ถ้าเธออยากไปก็เป็นสิทธิ์ของเธอ แต่อย่าเอาธงคุณธรรมมาบีบให้คนอื่นทำตามได้ไหม”
สีหน้าของหลินฉู่เสว่ซีดเผือดลงทันที
เธออ้าปาก แต่กลับพูดอะไรไม่ออก
