เปียนจิ่วเยว่คาบเชอร์รีครึ่งลูกไว้ ก่อนเอ่ยออกมาอู้อี้ไม่กี่คำ ปลายเสียงฟังดูเหมือนมีตะขอเกี่ยวใจ
น้ำผลไม้สีแดงซึมออกมาจากมุมปากเล็กน้อย ตัดกับผิวขาวซีดจนสะดุดตาเป็นพิเศษ
ลั่วซิงหยวนตัวแข็งทื่อไปทั้งร่าง
เดิมทีเขาต่างหากที่เป็นฝ่ายกุมเกม
เขาคือสายเลือดบริสุทธิ์แห่งเผ่าโลหิต เป็นผู้มีอำนาจสูงส่งเหนือใคร
แต่ตอนนี้เหยื่อกลับเป็นฝ่ายเดินมาหาถึงปาก ยื่นผลไม้สุกงอมมาให้เขาเอง
ลูกกระเดือกของเด็กหนุ่มขยับขึ้นลงอย่างแรง
ขอบตาเริ่มแดงเรื่อ ทั้งอับอายทั้งตื่นเต้น
ความแดงระเรื่อแผ่จากปลายหู ราวกับถูกไฟลาม ก่อนลุกลามไปถึงลำคออย่างรวดเร็ว
“พี่สาว...”
เสียงของลั่วซิงหยวนแหบพร่า น้ำเสียงนุ่มนิ่มแต่เดิมแฝงความทุ้มหนักขึ้นมาเล็กน้อย
เขาขยับเข้ามาใกล้ ค่อย ๆ อ้าปากอย่างระมัดระวัง เขี้ยวแหลมคมถูกเก็บซ่อน กลัวว่าจะทำให้เธอเจ็บ
เขางับเชอร์รีครึ่งลูก ริมฝีปากอุ่นร้อนแนบกับริมฝีปากของเปียนจิ่วเยว่อย่างเลี่ยงไม่ได้
หวานจัง
ไม่ใช่แค่ความหวานของเชอร์รี แต่ยังมีกลิ่นหอมจากตัวเธอด้วย
เปียนจิ่วเยว่จ้องใบหน้าสะอาดตาที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม มองขนตาที่สั่นระริกของเขาแล้วอดหัวเราะในใจไม่ได้
จริงดิ หน้าแดงขนาดนี้เลยเหรอ
เธอถอยออกมาหนึ่งก้าว นั่งตัวตรง แล้วหยิบกระดาษทิชชูมาเช็ดมุมปากอย่างเป็นธรรมชาติ
“หวานไหม?”
เธอถามทั้งที่รู้อยู่แล้ว
ลั่วซิงหยวนนั่งนิ่งอยู่ที่เดิม มือข้างหนึ่งปิดปาก ดวงตาสองสี—ข้างหนึ่งสีทอง อีกข้างสีแดง—เต็มไปด้วยความอับอายและขุ่นเคือง
เขาไม่กล้าสบตาเปียนจิ่วเยว่ด้วยซ้ำ จึงลนลานเบือนสายตาไปทางอื่น
“เธอ...ไม่มียางอาย!”
ลั่วซิงหยวนลุกขึ้นยืน มือยังปิดปาก ผมหยิกสีลินินยุ่งเหยิงไปหมด ในดวงตาสองสีของเขามีแต่ความลนลานที่ปิดไม่มิด
เปียนจิ่วเยว่เอนหลังพิงโซฟาหนังนุ่ม นิ้วเรียวจัดชายเสื้อนักเรียนที่หลวมโคร่งอย่างไม่ใส่ใจ
