เปียนจิ่วเยว่ตื่นขึ้นมาอย่างงุนงง สมองยังมึนตื้ออยู่
เธอนิ่งไปสองวินาที ก่อนก้มมองตัวเองที่เอนพิงไหล่ฉีซื่อ ใบหน้าแนบกับคอเสื้อแจ็กเก็ตของเขา น้ำลาย...ไม่ได้ไหลออกมา ขอบคุณสวรรค์
เธอผุดลุกขึ้นนั่งทันที
“ฉันหลับไปนานแค่ไหน?”
ฉีซื่อนั่งอยู่ข้าง ๆ ท่าเดิมไม่เปลี่ยน ขาข้างหนึ่งเหยียดออก อีกข้างชันขึ้น มือวางบนเข่า
พอได้ยินเธอพูด เขาก็หันหน้ามามอง
“เกินครึ่งชั่วโมง”
สมองของเปียนจิ่วเยว่ดังหึ่งขึ้นมาทันที
เกินครึ่งชั่วโมง
เธอหลับพิงไหล่ผู้ชายที่เพิ่งรู้จักกันไม่ถึงวันไปตั้งครึ่งชั่วโมง
แย่แล้ว
เธอก้มหน้าหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเวลา เกือบห้าทุ่มแล้ว
แย่ละ
หอพักปิดตอนห้าทุ่มครึ่ง ฉู่ซินหรานกับเถียนเจาตี้ไม่รู้หายไปไหน ส่วนเธอดันมาหลับอยู่ตรงนี้ก่อน ถ้ากลับไปช้าแล้วโดนผู้ดูแลหอดักจับได้ คงมีเรื่องวุ่นวายตามมาอีกยก—
“มือเธอ” ฉีซื่อเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเนิบ ๆ “ยังเจ็บอยู่ไหม?”
เปียนจิ่วเยว่ถึงนึกขึ้นได้ว่าเมื่อครู่เขาช่วยนวดข้อมือให้เธอ
เธอยกมือขวาขึ้น กำหมัดแล้วขยับสองสามที
อาการชาที่ง่ามมือหายไปแล้ว ข้อมือก็หมุนได้คล่อง ไม่เหมือนก่อนหน้านี้ที่แข็งจนยกแทบไม่ขึ้นเลย
“หายเจ็บจริง ๆ ด้วย” เธอมองฉีซื่อ “ฝีมือแบบนี้เปิดร้านได้เลยนะ”
ฉีซื่อไม่ตอบ
เปียนจิ่วเยว่ลุกขึ้นยืน บิดขี้เกียจยืดเส้นยืดสาย
ตอนยกมือขึ้นขยี้ตา นิ้วเธอเผลอไปแตะริมฝีปาก
เอ๊ะ?
เธอเลียริมฝีปากล่าง รู้สึกบวมอยู่นิดหน่อย
“เกิดอะไรขึ้น มือฉันหายเจ็บแล้ว แต่ทำไมปากเจ็บล่ะ?”
ฉีซื่อชะงักมือ หันหลังให้เธอ
ผิวตรงหลังใบหูของเขาแดงขึ้นให้เห็นชัด ๆ จนแทบเหมือนเลือดจะซึมออกมา
เขาไม่หันกลับมา
“...ตอนเธอหลับ ขากรรไกรไม่ได้ปิดสนิท”
เว้นไปครู่หนึ่ง เขาก็เสริมว่า “คงกัดตัวเองเข้า”
เปียนจิ่วเยว่ร้องอ้อ
ก็จริง ตอนนอนเธอมักกัดฟัน เป็นนิสัยติดมาตั้งแต่เด็ก ตอนอยู่บนเตียงไม้แข็ง ๆ ในห้องข้างของตระกูลเปียน
