เฝิงจื่ออันส่งเซี่ยหยางลูกพี่ลูกน้องกลับไปแล้ว ก็กลับถึงบ้านตระกูลเฝิงด้วยสภาพเหนื่อยล้าทั้งกายใจ
พอดีกับเวลาอาหารเย็น
แม่เฝิงเห็นเฝิงจื่ออันกลับมา จึงถามเรื่องเซี่ยหยางอยู่สองสามคำ ก่อนจะเรียกเขามากินข้าว
เฝิงจื่ออันนั่งลงที่โต๊ะอาหาร แล้วส่งสายตาให้เฝิงจื่อคังน้องชาย บอกให้อีกฝ่ายกินเสร็จแล้วไปหาเขาที่ห้องนอน
ในห้องนอน
เฝิงจื่ออันนั่งอยู่บนเก้าอี้หมุนหน้าโต๊ะเขียนหนังสือ สีหน้าเคร่งเครียด
เดิมทีเฝิงจื่อคังยังยิ้มแย้มอยู่ แต่พอเห็นพี่ชายทำหน้าจริงจังขนาดนั้น หัวใจก็กระตุกวูบ
ฉันไปก่อเรื่องอะไรไว้หรือเปล่า? ไม่นี่? ช่วงนี้ก็วนเวียนอยู่แค่บ้านกับบริษัท จะไปก่อเรื่องที่ไหนได้ล่ะ?
เห็นน้องชายเดินเข้ามา เฝิงจื่ออันก็เลื่อนเก้าอี้หมุนตัวเล็กที่วางอยู่ข้างเตียงไปให้
เฝิงจื่อคังค่อย ๆ หย่อนก้นลงไปนั่งแค่ครึ่งเดียว ก่อนถามว่า “มีอะไรเหรอพี่?”
เฝิงจื่ออันถอนหายใจ ขยี้หว่างคิ้วแล้วพูดว่า “จำผู้หญิงที่นายให้พี่สืบเรื่องคนซื้อภาพราฟาเอลได้ไหม?”
เฝิงจื่อคังตาเป็นประกาย “พี่สืบได้แล้วเหรอ?”
แต่พอคิดดูดี ๆ ก็รู้สึกแปลก ๆ ถ้าสืบได้จริง หรือได้ข่าวที่เป็นประโยชน์กับเขา พี่ชายคงไม่ทำหน้าแบบนี้หรอก
หัวใจเขากระตุกวูบอีกครั้ง
เฝิงจื่ออันถอนหายใจแล้วถามว่า “ผู้หญิงที่ซื้อภาพราฟาเอลคนนั้นชื่อหมิงเม่ยใช่ไหม?”
เฝิงจื่อคังพยักหน้าอย่างว่าง่าย
เฝิงจื่ออันขยี้หว่างคิ้ว “เด็กดี ฟังพี่นะ สาวสวยในโลกสองมิติก็มีตั้งเยอะ ผู้หญิงแบบนี้...นายอย่าเพิ่งคิดเลยดีกว่า”
