หม่าหมิงเยว่เริ่มจัดของ
“ว้าว! พาเลตต์อายแชโดว์โทนสีเอิร์ธของชาเนล!”
“มีช็อกโกแลตด้วย! น้องสาว รีบลงมาแบ่งของฝากเร็ว!”
สองพี่น้องแบ่งของฝากกันอย่างมีความสุข หลังจากนั้นสวีเสี่ยวหนิงก็ปีนกลับขึ้นเตียง ส่วนหม่าหมิงเยว่ย่องมาหาหมิงเม่ยอย่างลับ ๆ ล่อ ๆ แล้วพูดว่า “หมิงเม่ย มีคนกำลังสืบข่าวเธออยู่”
หมิงเม่ยเลิกคิ้ว “หืม?”
หม่าหมิงเยว่บอกว่า “มีคนถามหานักศึกษาใหม่คณะการเงินที่ชื่อหมิงเม่ย ฉันคิดไปคิดมา ก็มีแต่เธอไม่ใช่เหรอ? ในบรรดานักศึกษาใหม่คณะการเงินก็ไม่มีหมิงเม่ยคนที่สองด้วย เหมือนจะเป็นรุ่นพี่คณะเรา ชื่อหลี่ฟางหมิงอะไรนี่แหละ เธอรู้จักไหม?”
หมิงเม่ยเข้าใจทันที “รู้แล้ว เรื่องนี้ฉันจัดการเอง พวกเธอไม่ต้องสนใจ”
หลี่ฟางหมิงงั้นเหรอ?
น่าสนใจดีนี่
ไม่กี่วันต่อมาก็ถึงวันศุกร์อีกครั้ง
ตอนนี้หมิงเมยกำลังลังเลสุด ๆ
เธอถูกใจรถคันหนึ่งที่เพิ่งวางขายแบบจำกัดเวลาในห้างของระบบ
โคนิกเซ็ก ซีซีอาร์
โคนิกเซ็ก ซีซีอาร์คือซูเปอร์คาร์จากสวีเดน เป็นรถหรูระดับชนชั้นสูง มีกำลังผลิตปีละ 30 คัน และเป็นรุ่นท็อปของโคนิกเซ็กในตอนนี้ ความเร็วสูงสุด 395 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เรียกได้ว่าดีเยี่ยมทุกด้าน
โดยเฉพาะคันสีเทาเงินคันนี้
รูปลักษณ์สวยสะดุดตา แค่มองก็สบายตาแล้ว
แต่พอเห็นราคา ถึงลดแล้วก็ยังต้องใช้แต้มหลายพันแต้ม
ตอนนี้เธอคงได้แค่ฝันไปก่อน
หมิงเม่ยถอนหายใจ
แล้วจู่ ๆ ก็ฮึดขึ้นมา
ก็แค่ใช้เงินซื้อสิ!
แค่ไม่กี่ร้อยล้านเอง!
จะซื้ออะไรดี? หมิงเม่ยนั่งขัดสมาธิคิดอยู่นาน ก่อนจะดีดนิ้วเป๊าะ
ซื้ออาคาร!
ซื้ออาคารไว้เปิดบริษัท
แล้วจะไปซื้อที่ไหนล่ะ?
หมิงเม่ยคิดไปคิดมา จู่ ๆ ก็นึกถึงกลุ่มลูกเศรษฐีที่หวังจื่อชงเคยชวนเธอเข้าไป
