เถียนชิวสุ่ยล้วงมือเข้าไปในอกเสื้อ หยิบเศษเงินก้อนหนึ่งออกมา หนักถึงห้าตำลึง
“ท่านลุง อย่าเพิ่งกลุ้มใจไปเลย”
“ปลาและกุ้งในอ่างไม้พวกนี้ ไม่ว่าจะตัวใหญ่ตัวเล็ก ข้าซื้อทั้งหมด!”
“เงินห้าตำลึงนี่พอซื้อของที่ท่านจับมาได้ทั้งหมดหรือไม่?”
ชาวประมงเฒ่ามองเศษเงินที่เปล่งประกายอยู่ใต้แสงจันทร์ แล้วถึงกับยืนตะลึงงัน
แทบไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง!
“พอ! พอแล้ว! เหลือเฟือเลย!”
ชาวประมงเฒ่าตื่นเต้นจนตัวสั่นงันงก เขาประคองเศษเงินก้อนนั้นด้วยสองมือ น้ำตาไหลพรากไม่ขาดสาย
“พ่อหนุ่ม! ท่านเป็นพระโพธิสัตว์กลับชาติมาเกิดแท้ ๆ!”
“ท่านช่วยชีวิตคนทั้งครอบครัวของข้าไว้เลย!”
เถียนชิวสุ่ยโบกมือ แล้วมองไปยังเงาร่างของหมู่บ้านที่เห็นเลือนรางอยู่ลึกเข้าไปในดงกก
“ท่านลุง อย่าเพิ่งรีบขอบคุณ”
“เมื่อครู่ข้าได้ยินท่านบอกว่า ในหมู่บ้านมีคนหาปลาอยู่มากใช่หรือไม่?”
“ตอนนี้ข้าต้องการสัตว์น้ำจำนวนมหาศาลไว้กินข้ามฤดูหนาว”
“ท่านนำทางไปหมู่บ้านชาวประมงของพวกท่านที”
“ขอแค่เป็นปลาหรือกุ้งที่จับขึ้นมาใหม่ ๆ ในวันนี้ ไม่ว่าจะมีเท่าไร ข้ารับซื้อทั้งหมด!”
ชาวประมงเฒ่าพอได้ยินเช่นนั้น ก็ลุกพรวดจากพื้นราวกับได้รับยากระตุ้น
“ได้เลย! ได้เลย! ผู้มีพระคุณ เชิญตามข้ามา!”
ชาวประมงเฒ่าซ่อนอ่างไม้หนัก ๆ ที่ใส่ปลาไว้ในดงกกก่อน จากนั้นจึงพาเถียนชิวสุ่ยวิ่งเหยาะ ๆ ไปยังหมู่บ้านชาวประมง
พอเข้าไปในหมู่บ้าน
ก็ได้ยินเสียงถอนหายใจและเสียงบ่นดังมาจากลานบ้านแทบทุกหลัง
ชาวบ้านในหมู่บ้านชาวประมงเหมือนกับชาวประมงเฒ่า วันนี้ต่างจับปลาได้มากอย่างที่หาได้ยาก ทว่าก็ต้องเผชิญกับทางตันเช่นเดียวกัน เพราะขายไม่ออกเลยสักตัว
