ไป๋เว่ยเดินอยู่ในเขตบ้านพัก เห็นได้ชัดว่าสายตาที่บรรดาภรรยาทหารมองเธอเปลี่ยนไปแล้ว ไม่ใช่สายตาให้เกียรติพยาบาลสาวผู้มีความรู้เหมือนเมื่อก่อน แต่กลับเจือความรังเกียจและมารยาทขอไปที
บางคนเห็นเธอแต่ไกลก็หลบเลี่ยง บางคนทักทายเธอด้วยรอยยิ้มที่แข็งเกร็งอย่างเห็นได้ชัด
ข่าวลือที่เธออุตส่าห์ปล่อยออกไปก่อนหน้านี้—อย่างเช่น “เซินถังยั่วยวนผู้การมู่” “คิดเกาะคนมีอำนาจ” “ประพฤติตัวไม่เหมาะสม”—ตอนนี้ไม่ต่างจากน้ำสกปรกที่สาดออกไป ไม่เพียงไม่กระเด็นเปื้อนเซินถัง แต่กลับสาดใส่ตัวเองเต็ม ๆ
เย็นวันนั้น หลิวฟางออกไปหาเฉินจื้อหย่วน ที่บ้านจึงเหลือเธอเพียงคนเดียว ไป๋เว่ยนั่งไม่ติดอยู่ในบ้านหลิวฟาง หากเป็นแบบนี้ต่อไป เธอคงอยู่ที่นี่ไม่ไหวแน่
เซินถังเป็นแค่เด็กสาวบ้านนอก ผู้การมู่ก็ไม่ยอมรับสัญญาหมั้นที่เธอถืออยู่แท้ ๆ แล้วมีสิทธิ์อะไรถึงได้วางท่าโอหังขนาดนั้น มีสิทธิ์อะไรที่ทุกคนต้องเข้าข้างเธอ เธอดีตรงไหนกัน? ก็แค่ทำอาหารเป็นอยู่ไม่กี่อย่าง ตัวเหม็นกลิ่นควันครัว ไม่มีความเป็นผู้หญิงสักนิด!
ยิ่งคิดไป๋เว่ยก็ยิ่งโมโห สุดท้ายก็ทนไม่ไหว ผลักประตูออกไปเดินเล่นให้ใจเย็นลง
ยามพลบค่ำปกคลุมทั่วบริเวณ ควันจากเตาลอยอ้อยอิ่งในเขตบ้านพัก ไป๋เว่ยเดินไปอย่างไร้จุดหมาย ไม่รู้ตัวเลยว่ามาหยุดอยู่ใกล้ลานบ้านแยกของมู่ชิงหาน
เธอชะลอฝีเท้าลงโดยไม่รู้ตัว สายตาทอดข้ามกำแพงเตี้ยระดับอกเข้าไปด้านใน—แล้วทั้งร่างก็แข็งค้างราวถูกตอกตรึงไว้กับที่
ในลานบ้าน แสงอาทิตย์อัสดงสาดลงบนแปลงผักเขียวชอุ่ม เซินถังกำลังนั่งยอง ๆ จัดการแปลงผักอยู่ข้างกระบะดอกไม้ วันนี้เธอสวมเสื้อเชิ้ตผ้าฝ้ายสีฟ้าอ่อน พับแขนเสื้อขึ้นถึงข้อศอก เผยให้เห็นท่อนแขนเรียวขาว ผมยาวไม่ได้ถักเปีย ปล่อยสยายคลอเคลียไหล่อย่างหลวม ๆ ปอยผมสองสามเส้นถูกลมยามเย็นพัดมาแตะแก้ม
