เซินถังหยิบขนมแป้งกรอบไส้พุทรามากัดคำหนึ่ง
แป้งกรอบแตกเป็นชั้น ๆ ในปาก ไส้พุทราหวานละมุนไม่เลี่ยน แถมยังมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกหอมหมื่นลี้
“อร่อย!” เซินถังยิ้มจนตาหยีเป็นพระจันทร์เสี้ยว ก่อนหยิบขนมแผ่นไส้เนื้อวัวขึ้นมาอีกชิ้น
มู่ชิงหานจึงหันมามองเธอเสียที—ตอนเธอกอดกล่องขนมกิน แก้มป่องตุ่ย มุมปากเปื้อนเศษแป้งกรอบนิดหน่อย ดูเหมือนหนูท้องนาตัวเล็กที่แอบขโมยอาหารมาได้
สายตาของเขาหยุดอยู่บนใบหน้าเธอสองวินาที “ค่อย ๆ กินสิ เลอะหน้าแล้ว”
เมื่อครู่นี้ที่หน้าโรงเรียน—เขาเห็นทุกอย่าง
เซินกั๋วผิงกับหลี่เจวียน เซินเหยาออดอ้อนพ่อแม่ ทั้งสามคนเดินจากไปพลางพูดคุยหัวเราะกันอย่างมีความสุข
และเซินถังยืนมองแผ่นหลังพวกเขาอยู่ในเงามืดใต้ไฟถนน
เธอดูเหมือนปกติ พูดคุยยิ้มแย้มเหมือนเดิม แต่เขากลับคิดว่าเธอไม่ควรเป็นแบบนี้ ต่อให้ตอนนี้เธอร้องไห้ออกมา เขาก็ยังรู้สึกว่าดีกว่าทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
หัวใจเขาหนักอึ้ง จึงเอ่ยขึ้นว่า “เมื่อกี้...”
เขาอยากพูดอะไรสักอย่าง—
อยากบอกว่า “พวกเขาไม่คู่ควรจะเป็นพ่อแม่ของเธอ” อยากบอกว่า “เธอไม่จำเป็นต้องมีพวกเขา” อยากบอกว่า “มีฉันอยู่ทั้งคน...” แต่เขาไม่รู้ว่าถ้าพูดออกไปแล้วจะยิ่งทำให้เธอเสียใจหรือไม่ และไม่รู้ว่าตัวเองมีสิทธิ์พูดเช่นนั้นหรือเปล่า
สุดท้ายจึงเงียบไป แล้วส่งผ้าเช็ดหน้าให้เธอเช็ดหน้าอย่างเงียบ ๆ
“อืม... พ่อแม่ของเซินเหยามารับเธอกลับบ้านน่ะ” เซินถังกินขนมชิ้นที่สามหมดพอดี รับผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดเศษขนมบนใบหน้าอย่างพึงพอใจ
ตลอดสองชาติที่ผ่านมา เธอไม่เคยสัมผัสความรู้สึกที่มีคนมารับหลังเลิกเรียนเลย
แต่ตอนนี้—
ภายในรถจี๊ปทหารอุ่นสบาย ผ้าพันคอของมู่ชิงหานคลุมอยู่บนตัวเธอ มีกลิ่นสบู่อ่อน ๆ ติดมาด้วย บนตักวางกล่องขนมจากเต้าเซียงชุนที่ส่งไกลนับพันลี้มาจากเมืองหลวง เขานั่งอยู่เบาะหน้า และเมื่อครู่ก็เพิ่งส่งผ้าเช็ดหน้าให้เธอ
