เซินถังเงยหน้าขึ้นมองเขา
ทั้งสองสบตากันอยู่ชั่ววินาที
จากนั้นมู่ชิงหานก็เบือนสายตาหนี กระแอมเบา ๆ
“โจ๊กเย็นแล้ว ฉันไปอุ่นให้”
เขาค้ำไม้เท้าลุกขึ้นยืน
“เดี๋ยว...” เซินถังเรียกเขาไว้ “ฉันไปด้วย”
มู่ชิงหานมองเธอแวบหนึ่ง
ใบหน้าของเธอยังซีดอยู่บ้าง เพิ่งหายป่วยได้ไม่กี่วัน เมื่อครู่ก็ยังถูกคนตระกูลเซินมาวุ่นวายใส่อีก ตามเหตุผลแล้วเธอควรนอนพักต่อ แต่ดวงตาของเธอกลับเป็นประกาย
คงเป็นเพราะเมื่อครู่เขามอบกำไลให้เธอ
พอคิดถึงตรงนี้ หัวใจเขาก็ไหววูบ เธอชอบกำไลวงนี้มากจริง ๆ และดูมีความสุขเหลือเกิน
“ไปกันเถอะ” เธอก้าวออกจากห้องโถงใหญ่ไปก่อนแล้ว
มู่ชิงหานค้ำไม้เท้าเดินตามไป
ทั้งสองเดินเคียงกันไปตามระเบียง
ไม้เท้าของมู่ชิงหานกระทบอิฐสีเขียวเป็นจังหวะ “กึก กึก กึก” ส่วนเสียงฝีเท้าของเธอแผ่วเบา แทรกอยู่ระหว่างจังหวะของเขา
เสียงสองแบบสลับประสานกัน ก้องสะท้อนอยู่ในลานเล็กอันเงียบสงบ
เดินไปได้ครึ่งทาง...
ปลายนิ้วของเซินถังแตะหลังมือเขาเบา ๆ
แผ่วเบามาก ราวกับไม่ได้ตั้งใจ
ฝีเท้าของมู่ชิงหานชะงักไปเล็กน้อย นิ้วมือของเขาขยับนิด ๆ ก่อนจะค่อย ๆ เลื่อนเข้าไปหาเธออย่างระมัดระวัง ราวกับผีเสื้อที่กำลังเข้าใกล้ดอกไม้เพื่อดูดน้ำหวาน แล้วลองเกี่ยวมือเธอไว้
นิ้วทั้งห้าสอดประสานกัน
มือของเขาใหญ่ ข้อนิ้วเด่นชัด ปลายนิ้วมีด้านบาง ๆ
มือของเธอเล็กกว่าหนึ่งขนาด นิ้วเรียวบาง กำไลหยกบนข้อมือไหวเบา ๆ ตามการเคลื่อนไหว
เซินถังไม่ได้ชักมือกลับ
ทั้งสองต่างเงียบงัน
เดินผ่านห้องโถงใหญ่ ผ่านระเบียง ผ่านต้นไหวเฒ่าที่กิ่งก้านโล่งเตียนต้นนั้น จนมาถึงหน้าประตูครัว
มู่ชิงหานหยุดลง ใช้มือข้างหนึ่งดันประตู แต่ถึงอย่างนั้นมืออีกข้างก็ยังไม่ยอมปล่อย
เซินถังก้มหน้ามองนิ้วมือที่ประสานกันอยู่
ข้อนิ้วของเขากระชับแน่นขึ้นเล็กน้อย ราวกับกลัวเธอจะหนีไป
