สนไป๋ สนไป๋เขียวชอุ่มตลอดกาล แถมยังมีรหัสลับอีกด้วย เหมือนหนังสายลับที่ฉายทางโทรทัศน์เลย
“แล้วฉันมีรหัสลับไหมคะ?”
ฟ่านชิงซานเหลือบมองเธอ เห็นแววตากระตือรือร้นของสาวน้อย ทั้งยังมีความแปลกใหม่และตื่นเต้นอยู่เล็กน้อย
เธอรู้หรือเปล่าว่าตัวเองกำลังจะไปทำอะไร?
ฟ่านชิงซานทำสีหน้าจริงจัง “เซินถัง นี่ไม่ใช่การเล่นขายของนะ”
เซินถังชะงักไป “ฉันรู้ค่ะ แค่ถามดูเฉย ๆ…”
เห็นเธอจู่ ๆ ก็ทำท่าเหมือนน้อยใจ ฟ่านชิงซานพลันใจอ่อนลงไม่น้อย
ใช่ เธอรู้ เธอกำลังจะออกไปแล้ว จะไม่รู้ได้อย่างไร
นี่ไม่ใช่ยุคสงคราม แต่เป็นประเทศจีนใหม่ ผ่านการปลดแอกมาหลายสิบปีแล้ว
หญิงสาววัยสิบแปดปีที่ไม่เคยผ่านสงครามมาก่อน ส่วนใหญ่มักเห็นเรื่องคล้าย ๆ กันจากในภาพยนตร์ จึงเกิดความอยากรู้อยากเห็นอย่างไร้เดียงสาและจินตนาการถึงการเป็นวีรบุรุษขึ้นมา
นั่นไม่ใช่เรื่องเลวร้าย ตรงกันข้าม มันยังเป็นเป้าหมายที่พวกเขาพยายามทำให้สำเร็จด้วยซ้ำ
คนอย่างพวกเขายอมเสี่ยงชีวิตปกป้องบ้านเมือง ก็เพื่อให้ลูกหลานเติบโตใต้แสงตะวัน โดยไม่ต้องเผชิญความมืดมนแม้แต่น้อยไม่ใช่หรือ?
แต่เธอไม่เหมือนกัน อีกไม่นานเธอก็จะไม่ใช่ดอกไม้ในเรือนกระจกอีกต่อไป เธอต้องออกจากการคุ้มครองของประเทศ แล้วก้าวสู่แผ่นดินต่างแดน
สิ่งที่เธอต้องทำไม่ใช่การแสดงในภาพยนตร์ ไม่ใช่เรื่องแต่ง แต่เป็นการแบกรับภารกิจสำคัญ แทรกซึมเข้าไปหลังแนวข้าศึก
และคนที่อยู่ข้างกายเธอก็มีเพียงเย่เฉิง คนดีในคำพูดของหม่าเขว
สีหน้าฟ่านชิงซานผ่อนคลายลง “ทางองค์กรยังไม่ได้กำหนด เธออยากใช้ชื่ออะไรล่ะ? ฉันรายงานขึ้นไปให้ได้”
“อืม…” เซินถังไม่รู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่ จึงครุ่นคิดเล็กน้อย “งั้นฉันใช้ชื่อชุนจ่งดีไหมคะ?”