ท่าทางที่หลี่เจวียนเผลอแสดงออกเมื่อครู่ เผยให้เห็นต่อหน้ากู้จิ่งเซินว่าคนตระกูลเซินดีกับเธอมาก ไม่ได้ใกล้เคียงกับคำกล่าวหาว่าถูกทารุณกรรมเลยสักนิด
จบเห่แล้ว แบบนี้จะทำยังไงดี?
ทะเบียนบ้านเอาออกมาแล้ว ถ้าเกิดมีเรื่องแทรกจนทำไม่สำเร็จ คงยุ่งแน่!
“พ่อ...” เซินเหยาพูดเสียงเบา เจือสะอื้น “ไม่ใช่นะคะ อย่าไปเชื่อเธอ”
“ถูกพวกเขาหลอกหรือ?” กู้จิ่งเซินเลิกคิ้ว “หลอกอะไรฉัน?”
“พวกเขาไม่ดีกับฉันค่ะ ก่อนเซินถังกลับมา พวกเขาเลี้ยงฉันเหมือนลูกหมาลูกแมว อารมณ์ดีก็โยนอาหารให้คำหนึ่ง อารมณ์ไม่ดีก็ถีบฉันออกไป พอเซินถังกลับมา พวกเขาก็ให้ฉันนอนบนพื้น แถมยังยกสัญญาหมั้นกับตระกูลมู่ให้เซินถังอีก ดูสิ เมื่อกี้ก็แม่ของจ้าวเจี้ยนฮุยนั่นแหละ พ่อแม่ฉันบังคับให้ฉันแต่งเข้าบ้านแบบนั้น”
“ทำไมพ่อแม่เธอถึงบังคับเธอ?” กู้จิ่งเซินไม่ปล่อยให้อารมณ์พาออกนอกเรื่อง ถามอย่างสุขุม
“พวกเขา...แค่อยากใช้ฉันแลกตำแหน่งรองหัวหน้าโรงงานให้พ่อค่ะ”
ทันทีที่คำพูดนั้นหลุดออกมา สายตาของเซินกั๋วผิงก็หันขวับมอง ส่วนมือของหลี่เจวียนก็ชะงักค้างไปทันที
เซินเหยาพูดบ้าอะไรอยู่?
ต่อให้เป็นการแสดง ก็เกินไปแล้ว พวกเขาเคยบังคับเธอตอนไหน? จ้าวเจี้ยนฮุยต่างหากที่เธอเป็นฝ่ายเข้าไปพัวพันเอง พอเกิดเรื่องขึ้นตอนนี้ กลับอยากโยนความผิดให้พวกเขาหรือ?
เซินเหยารู้สึกได้ถึงสายตาของเซินกั๋วผิงกับหลี่เจวียน แต่เธอไม่มีเวลาสนใจ สิ่งสำคัญที่สุดตอนนี้คือเกาะขากู้จิ่งเซินให้แน่น ชีวิตสุขสบายในวันหน้าของเธอขึ้นอยู่กับเขาทั้งหมด
“ตอนนี้พ่อมาแล้ว...” เธอใช้หลังมือเช็ดน้ำตา ก่อนเงยหน้ามองกู้จิ่งเซิน “พวกเขาไม่กล้าล่วงเกินพ่อหรอกค่ะ เมื่อกี้ที่ทำไป...”
