ไม่
จะคิดไปในทางนั้นไม่ได้
เธอสูดหายใจเข้าลึก ๆ บังคับตัวเองให้ละสายตาจากนอกหน้าต่าง
แต่ความคิดกลับควบคุมไม่ได้ โผล่ขึ้นมาในหัวของเธอ—
เซินถัง ผู้หญิงที่ถูกพวกค้ามนุษย์ลักพาตัวไปเลี้ยงไว้ในชนบทนานถึง 15 ปี มีสิทธิ์อะไรถึงได้เสวยสุขกับทุกสิ่งแบบนี้? มีรถทหารรับส่ง มู่ชิงหานมารับด้วยตัวเอง แถมยังได้อยู่ในเขตทหารโดยไม่ต้องกังวลเรื่องกินอยู่
แล้วเธอล่ะ? วันนี้จ้าวเจี้ยนฮุยให้เธอนั่งรถรับส่งพนักงานของโรงงานมาเอง ต้องเบียดเสียดอยู่ท่ามกลางคนงาน กลิ่นเหงื่อปนกับกลิ่นน้ำมันเครื่อง
เซินเหยากำสายกระเป๋านักเรียนแน่น
……
ค่ำวันนั้น ที่เขตบ้านพักครอบครัวโรงงานเครื่องจักร
“เจี้ยนฮุย”
จ้าวเจี้ยนฮุยนอนอ่านหนังสือพิมพ์อยู่บนเตียง พอได้ยินเซินเหยาเรียกก็พลิกตัว “หืม?”
เซินเหยานั่งอยู่หน้าโต๊ะ มือเล่นกับนิตยสารภาพเล่มเก่าจนแทบเปื่อย เธอเปิดไปหน้าหนึ่ง—มีภาพชุดกระโปรงปูลาเจสีเขียวลายดอกเล็กพิมพ์อยู่ นางแบบสวมชุดนั้นยืนอยู่ในสวน ชายกระโปรงพลิ้วตามแรงลมราวกับปีกผีเสื้อ
“ฉันเห็นชุดกระโปรงปูลาเจตัวนี้ในหนังสือพิมพ์มณฑล” เสียงของเซินเหยาแผ่วเบา “ห้างสรรพสินค้าในเมืองมีขายด้วย…ราคา 38 หยวน”
จ้าวเจี้ยนฮุยขมวดคิ้ว 38 หยวน เกือบเท่ากับเงินเดือนทั้งเดือน
“แพงไปหน่อย—”
“อืม…” เซินเหยาก้มหน้า นิ้วมือบิดมุมหน้ากระดาษเล่น ไม่ได้พูดต่อว่ามันแพงหรือไม่แพง แต่กลับเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยขอบตาแดงก่ำ “เจี้ยนฮุย วันนี้หลังเลิกเรียนฉันเห็นพี่เซินถังด้วย…มู่ชิงหานมารับเธอด้วยรถทหารเองเลยนะ รถจี๊ปทหารเชียวนะ ดูเขาสิ…แล้วหันมาดูฉัน”
ริมฝีปากของเธอสั่นระริก “ฉันไม่มีแม้แต่กระโปรงดี ๆ สักตัว เพื่อนร่วมชั้นต่างก็หัวเราะเยาะฉัน…”
สีหน้าของจ้าวเจี้ยนฮุยเปลี่ยนไป
เซินถัง
เด็กสาวชนบทที่ถูกตระกูลเซินเขี่ยทิ้งให้แต่งงานแทนคนอื่น ตอนนี้กลับมีรถทหารมารับส่ง
