บ่ายวันนั้น
ข่าวแพร่สะพัดไปทั่วเขตทหาร
“ตรวจสอบชัดเจนแล้ว! ไม่ใช่ปัญหาที่กุ้ง แต่เป็นเพราะจ่าวจ้าวกินยาเม็ดชะเอมเทศจนเกิดอาการผิดปกติเอง!”
“ฉันว่าแล้วเชียว! กุ้งอร่อยขนาดนั้น จะมีปัญหาได้ยังไง!”
“ทำเอาฉันกังวลไปตั้งสามวันเปล่า ๆ—”
“โรงอาหารกลับมาขายแล้วหรือยัง??”
“กลับมาขายตั้งนานแล้ว! ผู้การมู่ก็กินมาตั้งแต่เมื่อวานซืนแล้วนี่! ขนาดผู้การยังไม่กลัวเลย!”
“นั่นสิ! ต่อไปผู้การมู่กินอะไร ฉันก็กินอย่างนั้น!”
“ฮ่า ๆ ๆ นายนี่เจ้าเล่ห์จริง ๆ”
แถวหน้าช่องขายอาหารในโรงอาหารกลับมายาวเหยียดอีกครั้ง
ยาวกว่าเดิมเสียอีก
ยามเย็น เรือนเล็กของตระกูลมู่
เซินถังทำโจ๊กกุ้งหม้อหนึ่ง
เธอใช้กุ้งที่เพิ่งจับขึ้นมาวันนี้ แกะเปลือกและเอาเส้นดำออก หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ ใส่ลงในโจ๊กข้าวขาวที่เคี่ยวช้า ๆ ในหม้อดิน จากนั้นโรยต้นหอมเล็กน้อยและหยดน้ำมันงาสองสามหยด
กลิ่นหอมสดชื่นอบอวลไปทั่วเรือนเล็ก
มู่ชิงหานนั่งอยู่ที่โต๊ะในห้องโถง เซินถังยกโจ๊กมาให้ แล้วตักใส่ชามให้เขา
“ทางโรงอาหารมาขนกุ้งจากบ่อไปแล้ว ท่านผู้บัญชาการซูยกเลิกคำสั่งห้ามแล้วหรือคะ?” เธอนั่งลงตรงข้ามเขา
“อืม” มู่ชิงหานยกชามขึ้น “ท่านผู้บัญชาการซูอนุมัติให้สุ่มตรวจทุกชุด ต่อไปผลตรวจคุณภาพกุ้งทั้งหมดจะถูกเก็บเป็นหลักฐาน”
เซินถังพยักหน้า
มู่ชิงหานดื่มโจ๊กไปคำหนึ่ง “เขายังบอกด้วยว่าเธอกับครูลู่ต้องลำบากใจแล้ว”
เซินถังชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มออกมา “จะบอกว่าไม่ลำบากใจก็คงโกหกค่ะ แต่ฉันเตรียมใจไว้แล้ว”
“เรื่องดี ๆ มักต้องฝ่าฟันอุปสรรค ย่อมมีเรื่องวุ่นวายไม่คาดฝันเกิดขึ้นได้สารพัด แต่…พี่ชิงหาน ต้องขอบคุณพี่มากนะคะ ถ้าไม่มีรายงานและข้อมูลดั้งเดิมจากศูนย์ตรวจสอบ เรื่องนี้คงยืดเยื้อไปอีกนาน”
