“เธอยังไม่รู้สินะ?” หลิวฟางลดเสียงลง น้ำเสียงอ่อนโยนราวกับกำลังพูดเรื่องสำคัญจากใจ “เธอชื่อเซินถัง เป็นคู่หมั้นของผู้การมู่ แต่ไม่ใช่คนเดิมนะ คนเดิมเป็นลูกบุญธรรม นี่คือลูกสาวแท้ ๆ ที่ตระกูลเซินเพิ่งตามตัวกลับมาจากชนบท ผู้การมู่ป่วยแบบนี้ ตระกูลเซินก็ไม่อยากให้ลูกบุญธรรมแต่งเข้ามา เลยบีบให้ลูกแท้ ๆ ที่เพิ่งได้รับการช่วยเหลือจากตำรวจจากเงื้อมมือพวกค้ามนุษย์มาแต่งแทน ได้ยินว่าเซ็นหนังสือตัดขาดความสัมพันธ์กันแล้วด้วย”
ไป๋เว่ยเบิกตากว้าง กำลังจะพูดอะไรสักอย่าง หลิวฟางก็เสริมขึ้นอย่างไม่รีบร้อนว่า
“แต่ถึงอย่างนั้น ผู้การมู่ก็ไม่ได้ยอมรับการหมั้นหมายนี้เลยนะ จื้อหย่วนได้ยินผู้การพูดเองกับหูว่าการหมั้นเป็นโมฆะ”
ไป๋เว่ยราวกับได้ยินข่าวดีใหญ่หลวง ดวงตาเป็นประกายวาววับ “ไม่ได้ยอมรับการหมั้นหมายเหรอ?! พี่ฟาง เรื่องที่พี่พูดจริงหรือเปล่า?!”
“จริงสิ” หลิวฟางดูเหมือนกำลังเกลี้ยกล่อม ทว่าทุกคำกลับเหมือนเติมเชื้อไฟ “ผู้การแค่เห็นว่าเธอไม่มีเงินติดตัว น่าสงสาร ก็เลยให้ทำอาหาร มีข้าวให้กินก็เท่านั้นเอง ว่าแต่ด้วยนิสัยของผู้การมู่ จะยอมให้ผู้หญิงแปลกหน้าเข้าออกห้องผู้ป่วยทุกวันจริง ๆ ได้ยังไง? คงแค่ชั่วคราวนั่นแหละ พอร่างกายผู้การดีขึ้นแล้วก็ค่อยจัดการตามที่ควร เธอจะไปถือสาอะไรกับคนงานชั่วคราวที่ไม่มีแม้แต่บ้านให้กลับล่ะ?”
เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านั้น ความหม่นหมองในใจไป๋เว่ยก็สลายไปทันที ถูกแทนที่ด้วยความยินดีอย่างล้นเหลือและความดูแคลน
ที่แท้ก็เป็นแค่ตัวแทนแต่งงานที่ไม่มีใครต้องการนี่เอง! ผู้การมู่ไม่ได้ชอบเธอสักหน่อย!
