ในเวลาเดียวกัน
โรงพยาบาลเขตทหาร
มู่ชิงหานนั่งอยู่ในห้องตรวจ
หมอทหารเฉินถือฟิล์มเอกซเรย์กับรายงานผลตรวจปึกหนึ่ง พลิกดูไปมานานทีเดียว
“ชิงหาน” เขาถอดแว่นออก นวดหว่างคิ้วเบา ๆ “พูดตามตรง ความเร็วในการฟื้นตัวของคุณเกินกว่าที่ผมคาดไว้แล้ว”
มู่ชิงหานไม่ได้ตอบ
“ความหนาแน่นของกระดูกฟื้นกลับมาได้ 85 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับก่อนบาดเจ็บ กำลังกล้ามเนื้อขาขวาอยู่ที่ 70 เปอร์เซ็นต์ของขาซ้าย ความเร็วในการนำสัญญาณประสาทอยู่ในเกณฑ์ปกติ” หมอทหารเฉินวางรายงานลงบนโต๊ะ “เมื่อครึ่งปีก่อน ผมประเมินว่าผลลัพธ์ที่ดีที่สุดของคุณคือการต้องนั่งรถเข็นไปตลอดชีวิต”
“พูดอีกอย่างก็คือ ตอนนี้คุณเดินได้อย่างมั่นคงโดยใช้ไม้ค้ำเพียงข้างเดียว ก็นับเป็นปาฏิหาริย์แล้ว”
นิ้วมือของมู่ชิงหานขยับเล็กน้อย
“แต่...” หมอทหารเฉินมองเขา เลือกถ้อยคำอย่างระมัดระวัง “ตอนนี้ยังเลิกใช้ไม้ค้ำไม่ได้ ขาขวายังรับน้ำหนักได้ไม่มากพอจะรองรับการเคลื่อนไหวหนัก ๆ หากฟื้นตัวต่อไปตามแนวโน้มนี้ อีกหนึ่งถึงสองเดือนก็น่าจะเลิกใช้ไม้ค้ำและเดินได้ด้วยตัวเองอย่างสมบูรณ์”
เขาหยุดไปครู่หนึ่ง “สิ่งสำคัญคืออย่าใจร้อน กระดูกต้องใช้เวลาในการปรับสร้างใหม่ ส่วนกำลังกล้ามเนื้อก็ต้องฟื้นฟูอย่างค่อยเป็นค่อยไป ถ้าตอนนี้ฝืนเลิกใช้ไม้ค้ำ...แล้วเกิดบาดเจ็บซ้ำขึ้นมา จะยุ่งเอาได้”
“ผมรู้” มู่ชิงหานตอบ
“ชิงหาน แนวโน้มการฟื้นตัวของคุณดีมาก” เขาปิดรายงาน “ถ้าฟื้นตัวด้วยความเร็วแบบนี้ต่อไป ผมมั่นใจว่าเราทำได้ ไม่ต้องรีบร้อน”
มู่ชิงหานพยักหน้า
หมอทหารเฉินชะงักไปครู่หนึ่ง “อีกเรื่อง รายงานฉบับนี้ผมส่งให้ผู้บัญชาการซูแล้ว”
