แม่จ้าวเดินเข้าหาเซินเหยาทีละก้าว
“ถ้าไม่ใช่ฝีมือตระกูลจ้าว งั้นก็เป็นฝีมือเธอเองสินะ”
สีหน้าของเซินเหยาซีดเผือดในพริบตา
“คราวก่อนเธอให้ฉันตบหน้า วันนี้ฉันจะทำให้สมใจ” แม่จ้าวยกมือขึ้น—
“เพียะ!”
ฝ่ามือฟาดลงมาอีกครั้ง
เสียงดังใสสะท้อนก้องไปทั่วตรอก
ศีรษะของเซินเหยาเบนไปด้านหนึ่ง คราวนี้เธอไม่ได้ยื่นหน้าไปรับอีก เพราะแม่จ้าวไม่เปิดโอกาสให้เธอแสดงละครเลย
“ฝ่ามือนี้—สำหรับที่เธอใส่ร้ายตระกูลจ้าว” น้ำเสียงของแม่จ้าวเย็นชา “หนูตายเธอเป็นคนเอาไปวางเอง สีแดงเธอก็เป็นคนสาดเอง แล้ววิ่งไปร้องไห้ในเขตบ้านพักทหารว่าพวกเราทำ เธอคิดว่าไม่มีใครตรวจสอบหรือไง คิดว่าพอคณะสอบสวนกลับไปแล้วจะไม่มีใครจัดการต่อหรือไง”
ชายหนุ่มผมเกรียนเดินเข้ามาจากด้านหลัง “พวกเราไปถามเพื่อนบ้านหน้าบ้านเธอมาแล้ว ช่วงสองสามวันที่เกิดเรื่อง คนในตรอกละแวกนั้นต่างบอกว่าไม่เห็นคนตระกูลจ้าว แต่มีคนเห็นเธอนั่งยอง ๆ อยู่หน้าประตูรั้วบ้านตัวเองกลางดึก—”
“คืนนั้นหลังห้าทุ่ม” ชายร่างสูงผอมเสริม “เพื่อนบ้านของเธอ ตาแก่หลิว ลุกขึ้นมาเข้าห้องน้ำ แล้วเห็นเธออ้อมออกมาจากประตูหลังบ้านตัวเอง มือถือถุงอยู่ใบหนึ่ง เขาคิดว่าเธอเอาขยะไปทิ้งก็เลยไม่ได้ใส่ใจ เช้าวันรุ่งขึ้นแม่เธอเปิดประตูก็เห็นหนูตายแล้ว”
ร่างของเซินเหยาสั่นเทา
ริมฝีปากขยับอยู่สองสามครั้ง แต่พูดอะไรไม่ออก
แม่จ้าวมองเธอราวกับมองแมลงน่าขยะแขยง
“ยั่วยวนลูกชายฉัน ทำให้เขาต้องติดคุก บอกเส้นทางหลบหนีของเขา ถอนหมั้นแล้วก็ยังใส่ร้ายครอบครัวเรา” แม่จ้าวเอ่ยทีละคำ “เซินเหยา เธอยังเป็นคนอยู่หรือเปล่า”
