ไม่กี่วันต่อมา ณ ฝ่ายความร่วมมือระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยชิง
ลู่เหยี่ยนจือยืนอยู่หน้าประตูสำนักงาน มือกำใบคำร้องที่ถูกส่งกลับมาแน่น บนกระดาษประทับตราสีแดงไว้ว่า “ไม่ผ่าน”
ข้างกันมีข้อความเขียนด้วยปากกาลูกลื่นสีน้ำเงินว่า: โควตาเต็มแล้ว สาขานี้รับได้เพียงคนเดียว อีกทั้งผู้สมัครยังมีโครงการที่ยังไม่เสร็จสิ้น ไม่เหมาะจะหยุดกลางคัน
หลายวันก่อน ครูโจวมาหาเขาและพูดถึงเรื่องที่เซินถังยื่นคำร้อง
เขารู้ว่าวันนั้นเย่เฉิงถือใบคำร้องไปที่ห้องทดลองของเซินถัง ตอนนั้นเขาก็อยู่ด้วย
เซินถังตั้งใจจะไปจริง ๆ เพราะอย่างนั้นพอโจวเฮ่อเหนียนเอ่ยเรื่องนี้กับเขา เขาก็ไปยื่นคำร้องทันที
เขามองข้อความบรรทัดนั้นอยู่พักหนึ่ง
ถูกปฏิเสธ เรื่องนี้ไม่ควรเกิดขึ้น
เอกสารคำร้องของเขาเขียนไว้อย่างละเอียดมาก
ทั้งทิศทางการวิจัย ข้อมูลที่สะสมมาตลอดสามปีในภาคตะวันตกเฉียงเหนือ ความเกี่ยวข้องกับหัวข้อวิจัยที่ทำร่วมกับเซินถัง ตลอดจนห้องทดลองที่ตรงกับสาขาจุลชีพในดินของมหาวิทยาลัยเมริเดียน ทุกข้อสอดคล้องกันหมด
ถึงขั้นตรงกับคุณสมบัติมากกว่าคำร้องของเซินถังเสียอีก เพราะสาขาจุลชีพในดินของมหาวิทยาลัยเมริเดียนเป็นทิศทางที่เขาติดตามมาสามปีแล้ว
อีกอย่าง ประวัติของเขาก็ครบถ้วนกว่า เขาจบจากมหาวิทยาลัยชิง ส่วนเซินถังยังไม่ได้เข้าเรียนด้วยซ้ำ
ไม่ใช่ว่าเซินถังไม่ดี แต่ในเงื่อนไขที่เท่าเทียมกัน ห้องทดลองในต่างประเทศคงไม่เลือกนักศึกษาที่ยังไม่ได้เข้าเรียนหรอก
ส่วนเรื่องโควตาเต็มหรือไม่เต็มนั้น ตราบใดที่ยื่นภายในเวลาที่กำหนดก็ต้องพิจารณาพร้อมกัน ไม่ใช่ต่อแถวซื้อผักเสียหน่อย จะมาแบ่งว่าใครมาก่อนได้ก่อนอะไรแบบนั้นทำไม