เสียงของเธอแหบพร่า อารมณ์ที่เก็บกดมาหลายวันเอ่อล้นออกมา:
“แปลงผัก... ฉัน... ตัวอย่างของคุณ... หายไปหมดแล้ว...”
นิ้วมือของเธอกำผ้าห่มแน่นจนข้อนิ้วซีดขาว “เมื่อหลายวันก่อนคุณเอาตัวอย่างไปทำยา... ตอนนั้นฉันคิดว่าแค่ขอเวลาอีกหน่อย ฉันก็ปลูกขึ้นมาใหม่ได้แน่ แต่ตอนนี้...”
เสียงของเธอชะงักลง
“เซินถัง”
ลู่เหยี่ยนจือเอ่ยขัด เขานั่งลงบนเก้าอี้ข้างเตียงด้วยท่าทีผ่อนคลาย วางกระเป๋าผ้าใบไว้ข้างเท้า ก่อนเปิดสมุดบันทึกวางบนตัก
“รู้ไหมว่าผมทำวิจัยเรื่องนี้มากี่ปีแล้ว?” เขาถาม
“สามปี”
“ในสามปีนี้ล้มเหลวมากี่ครั้งแล้ว?” เขานับนิ้ว “การทดลองในแปลงใหญ่ ล้มเหลวโดยสิ้นเชิงถึงสี่ครั้ง ไม่ใช่ปัญหาเล็ก ๆ แต่พังหมดทั้งแปลง ข้อมูลทั้งหมดเป็นศูนย์ ต้องเริ่มใหม่ตั้งแต่ต้น”
เขาชูนิ้วที่สองขึ้น “การแยกเชื้อจุลินทรีย์ ทำไปหลายสิบครั้ง บางทีก็ปนเปื้อน บางทีก็ควบคุมอุณหภูมิไม่ดี บางทีก็เป็นปัญหาที่สูตรอาหารเลี้ยงเชื้อ”
นิ้วที่สาม “ยังมีอีกครั้ง ผมเผลอไปเตะสายไฟของตู้แช่เย็นทั้งตู้ ตัวอย่างที่เก็บมาสามเดือนเสียหมด”
ตอนพูดเรื่องเหล่านี้ น้ำเสียงของเขาสบาย ๆ “เดาสิว่าผมทำยังไง?”
เซินถังไม่ตอบ
“เริ่มปลูกใหม่” ลู่เหยี่ยนจือพูดสองคำอย่างไม่ใส่ใจ “แปลงผักพังไปก็สร้างใหม่ได้ เชื้อจุลินทรีย์เสียสมดุลก็ให้เวลามัน เดี๋ยวก็ฟื้นขึ้นมาเอง ดินก็ยังอยู่ เมล็ดพันธุ์ทางนี้ก็มีสำรอง บันทึกการแยกเชื้อที่ผมทำไว้ก่อนหน้านี้ก็ยังอยู่ เริ่มจากศูนย์ไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้น”
เขามองเข้าไปในดวงตาของเธอ
