ถงซูถิงเอนกายพิงปลายเตียง หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอย่างเคยชิน แล้วไถคลิปสั้น ๆ ไปเรื่อยเปื่อยอย่างไร้จุดหมาย
ชีวิตแบบนี้ดำเนินต่อเนื่องมานานกว่าหนึ่งเดือนแล้ว แต่กลับรู้สึกราวกับผ่านเวลามาเนิ่นนานเหลือเกิน
นับตั้งแต่พ่อเสียชีวิตและครอบครัวตกอับ เขาก็หมดอาลัยตายอยาก
นอกจากโลกออนไลน์กับเกมแล้ว เขาก็หาเรื่องสนุกในชีวิตจริงไม่ได้เลย
เขาบอกพี่สาวว่าตัวเองเป็นโรคซึมเศร้า ที่จริงแล้วแกล้งทำไปอย่างนั้น เพียงเพื่อหลบหนีจากความเป็นจริงเท่านั้น
เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าดังมาจากหน้าประตู เขาก็ปิดโทรศัพท์อย่างไม่รีบร้อน แล้วหันไปมอง
พี่สาวมาแล้ว!
แต่ทำไมถึงมีผู้ชายมาด้วยอีกคนล่ะ?
สายตาของเขาเลื่อนไปหยุดอยู่ที่มือของทั้งคู่ซึ่งกุมกันแน่น เขาขมวดคิ้ว
หรือผู้ชายคนนี้จะเป็นสามีของพี่สาว?
หน้าตาดูดีทีเดียว ส่วนเป็นคนแบบไหนก็ยังไม่รู้
“ซูถิง” ถงเยว่ปล่อยมือเฮ่อจิ่งเฉิน แล้วรีบเดินเข้าไปหา
“เป็นอะไรหรือเปล่า? ตกลงเกิดอะไรขึ้น?”
ถงเยว่เห็นน้องชายหน้าซีดเซียว ใต้ตาคล้ำจาง ๆ หนวดเครารุงรัง ผมเผ้ายุ่งเหยิงไม่เป็นทรง ดูเหมือนขอทานและหมดสภาพอย่างยิ่ง
หัวใจเธอปวดร้าวราวกับถูกมีดกรีด
“ผม... ผม...” ริมฝีปากแห้งผากของถงซูถิงขยับ เสียงกลับติดอยู่ในลำคอ
เมื่อเผชิญกับแววตาใสกระจ่างที่เปี่ยมด้วยความห่วงใยของพี่สาว เขาก็อดใจไม่ไหวจนต้องเอ่ยปาก
“ตอนบ่ายผมออกไปเอาพัสดุ พอกลับมาก็เป็นลมอยู่หน้าบ้าน เพื่อนบ้านมาเห็นเข้า เลยโทรเรียกรถพยาบาลพาผมส่งโรงพยาบาล”
“เป็นลมเหรอ? ทำไมถึงเป็นแบบนี้!” ถงเยว่ยื่นมือไปแตะหน้าผากเขา
