มือที่ถือพิซซ่าของถงเยว่ชะงักไปเล็กน้อย
แม้แต่หัวหน้าก็โดนไล่ออกด้วยหรือ?
นี่มันเกินไปแล้ว...
ถงเยว่เริ่มกระวนกระวาย “ทำไมหัวหน้าถึงโดนไล่ออกด้วยล่ะคะ จะเป็นการลงโทษผิดคนหรือเปล่า? อย่างไรเสีย สาเหตุหลักของเรื่องนี้ก็มาจากจ้าวปิงซินนะคะ”
เฮ่อจิ่งเฉินตอบอย่างมั่นใจ “ไม่ใช่การลงโทษผิดคน หลังจากเพื่อนร่วมงานของผมรายงานเรื่องนี้ขึ้นไป บริษัทก็ตรวจสอบอย่างรวดเร็ว
ที่แท้จ้าวปิงซินได้เข้ามาทำงานผ่านหัวหน้าคนนั้น ขั้นตอนการรับคนไม่ถูกต้อง แถมทั้งคู่ยังมีความสัมพันธ์กันในที่ทำงาน พิจารณาแล้วเห็นว่าส่งผลเสียร้ายแรง จึงไล่ออกทันที...”
ถงเยว่รู้สึกว่าเรื่องนี้ชวนเหลือเชื่ออยู่บ้าง
แต่พอนึกว่าเป็นจ้าวปิงซิน ก็รู้สึกว่าเป็นไปได้มากทีเดียว!
ถึงอย่างไรจ้าวปิงซินก็เป็นมืออาชีพด้านการแย่งสามีคนอื่น
สมัยที่พวกเธอยังเป็นเพื่อนกัน เธอจำได้ว่าจ้าวปิงซินเคยไปพัวพันกับผู้ชายที่เปิดสำนักงานกฎหมายคนหนึ่ง ทั้งที่เขามีภรรยาและลูกอยู่แล้ว
ผ่านมาไม่นาน ก็ไปพัวพันกับหัวหน้าฝ่ายบุคคลอีก
ช่างไม่รู้จักหลาบจำจริง ๆ!
ถงเยว่ไม่เข้าใจ ทั้งที่ครอบครัวของจ้าวปิงซินไม่ได้ร่ำรวยมากนัก แต่ก็มีเงินหลายสิบล้าน ยังจำเป็นต้องทำเรื่องแบบนี้ด้วยหรือ?
ถงเยว่ถามอีกว่า “เรื่องนี้เป็นประธานบริษัทของพวกคุณจัดการด้วยตัวเองจริง ๆ เหรอคะ? เร็วเกินไปแล้ว ทำไมถึงจัดการได้เร็วขนาดนี้คะ?”
ราวกับว่าประธานบริษัทเห็นเหตุการณ์กับตาตัวเองอย่างนั้นแหละ ถึงจัดการได้ฉับไวขนาดนี้!
เฮ่อจิ่งเฉินดึงกระดาษทิชชูออกมาแผ่นหนึ่ง เช็ดปาก
เขาพูดอย่างไม่ใส่ใจ “ประธานบริษัทของเราเกลียดเรื่องแบบนี้ที่สุด พอพิจารณาแล้วเห็นว่าส่งผลเสียร้ายแรง ก็เลยจัดการอย่างรวดเร็วเป็นพิเศษ”
