เซิ่งอันหนิงมีข้อสงสัยเต็มหัวไปหมด มองสีหน้าของเฉิงหมิงยวี่ที่เดี๋ยวเขียวเดี๋ยวแดง สุดท้ายเฉิงหมิงยวี่ก็พูดกับเซิ่งอันหนิงว่า “อีกไม่กี่วันก็วันเกิดพ่อเธอแล้ว ถ้ามีเวลาก็ไปเยี่ยมเขาที่เมืองหลวงประจำมณฑลบ้าง”
เซิ่งอันหนิงยังไม่ทันได้ตอบ เฉิงหมิงยวี่ก็หันหลังเดินจากไปทันที
เซิ่งอันหนิงรู้สึกแปลกใจ พ่อแท้ ๆ ของเจ้าของร่างเดิมเสียชีวิตไปนานแล้ว ส่วนเฉิงหมิงยวี่ก็แต่งงานกับผู้ชายคนนี้ และไม่ได้ดีกับเจ้าของร่างเดิมสักเท่าไร ตอนนั้นเพราะเจ้าของร่างเดิมตัดขาดความสัมพันธ์กับตา จึงจำใจต้องไปอยู่บ้านตระกูลเซิ่ง
พูดถึงเรื่องนี้ก็มีเบื้องหลังอยู่เหมือนกัน พ่อแท้ ๆ ของเจ้าของร่างเดิมกับผู้ชายที่เฉิงหมิงยวี่แต่งงานด้วยตอนนี้เป็นลูกพี่ลูกน้องกัน พูดง่าย ๆ ก็คือพี่ชายตาย แล้วน้องชายก็แต่งงานกับภรรยาม่ายของพี่ชาย
เซิ่งอันหนิงอดคิดในแง่ร้ายไม่ได้ว่า บางทีเฉิงหมิงยวี่อาจลอบคบหากับน้องชายของสามีมานานแล้วก็ได้ อย่างไรเสียผู้ชายคนนั้นก็ไม่ค่อยอยู่บ้าน
โจวชื่อซวินเห็นเซิ่งอันหนิงกำลังเหม่อ จึงถามว่า “ตอนนี้กลับบ้านกันไหม”
เซิ่งอันหนิงถึงได้สติ เธอดึงเสื้อผ้าบนตัว “กลับสิ ฉันต้องไปอาบน้ำแล้ว ตัวเหม็นจะตายอยู่แล้ว คุณไม่ได้กลิ่นเหรอ”
พูดพลางขยับเข้าไปใกล้โจวชื่อซวิน ตั้งใจให้เขาได้กลิ่นชัด ๆ
กลิ่นเหม็นเน่าติดอยู่บนเส้นผมกับเสื้อผ้า คงไม่จางหายไปในเวลาอันสั้น ก่อนหน้านี้โจวชื่อซวินก็ได้กลิ่นเนื้อเน่าเหม็นแล้ว
พอเซิ่งอันหนิงขยับเข้ามาใกล้ กลิ่นนั้นก็ยิ่งแรงขึ้นจนเขาอดขมวดคิ้วไม่ได้ “คุณไม่กลัวเหรอ”
เซิ่งอันหนิงโบกมือไล่กลิ่น “มีอะไรให้กลัวล่ะ คุณไม่คิดหรือว่าคนเป็นน่ากลัวกว่าคนตายอีก ไป ๆ รีบกลับบ้านกัน ฉันจะไปอาบน้ำ ไม่อย่างนั้นคืนนี้คงกินข้าวไม่ลง”
