เซิ่งอันหนิงมองเฉิงหมิงยวี่เดินจากไปอย่างตกตะลึง เรื่องนี้ดูเหมือนจะยิ่งลึกลับสับสนขึ้นเรื่อย ๆ
คำว่า “ผู้หญิงสำส่อน” ที่เฉิงหมิงยวี่หลุดปากออกมานั้น เห็นได้ชัดว่าเคยมีเรื่องบางอย่างเกิดขึ้น แต่ในความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมกลับไม่มีเรื่องที่เคยสนิทสนมกับผู้ชายคนไหนเลยนี่นา?
หรือเรื่องนั้นจะเกิดขึ้นในช่วงความทรงจำที่ขาดหายไปของเจ้าของร่างเดิม?
เซิ่งอันหนิงยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่ามีพิรุธ โจวชื่อซวินต้องรู้สาเหตุแน่ ๆ แต่กลับไม่ยอมพูด หรือว่าเขาจะเป็นผู้ชายในเหตุการณ์ที่ถูกตราหน้าว่าเป็นหญิงสำส่อนคนนั้น?
เพราะอย่างนั้นเขาถึงได้แต่งงานกับเจ้าของร่างเดิม ทั้งยังยอมจ่ายเงินก้อนโตถึงสองพันหยวน?
แต่ก็ไม่ถูก ถ้าเป็นโจวชื่อซวิน เฉิงหมิงยวี่คงไม่พูดว่าโจวชื่อซวินยอมแต่งงานกับเธอเพราะอำนาจของคุณตาหรอก
เซิ่งอันหนิงมีข้อสงสัยก็ต้องหาคำตอบ ในเมื่อโจวชื่อซวินไม่ยอมพูด ก็ยังมีซุนอ้ายเจีย เพื่อนสนิทของเจ้าของร่างเดิมอยู่ไม่ใช่หรือ? เธอไปถามซุนอ้ายเจียได้
เธอจำได้ว่าซุนอ้ายเจียก็ทำงานอยู่ที่โรงงานทอผ้า หลังเลิกเรียนตอนบ่าย เธอกลับไปบอกโจวชื่อซวินว่าจะออกไปทำธุระ แล้วจึงไปยืนรอซุนอ้ายเจียหน้าโรงงานทอผ้า
พอดีกับเวลาเลิกงาน คนงานหญิงทยอยเดินออกมาเป็นกลุ่มสองสามคน เสื้อผ้าหน้าผมคล้ายกันไปหมด จนเซิ่งอันหนิงมองแล้วตาลาย
แต่ซุนอ้ายเจียกลับเห็นเซิ่งอันหนิงตั้งแต่แวบแรก เธอเดินเข้ามาหาด้วยความประหลาดใจ “อันหนิง? เธอมาหาฉันเหรอ?”
เซิ่งอันหนิงรีบพยักหน้า “ใช่ ฉันตั้งใจมารอเธอเลิกงานเลย”
ซุนอ้ายเจียรู้สึกสงสัยอยู่บ้าง เมื่อสองวันก่อนเธอไปหาเซิ่งอันหนิง แต่อีกฝ่ายกลับทำท่าราวกับไม่อยากข้องเกี่ยวกันอีกแล้ว ทำไมจู่ ๆ ถึงมาหาเธอเอง? หรือว่าอยากรู้ข่าวของเฉิงกัง? พอคิดเช่นนั้น สีหน้าเธอก็หม่นลงทันที “เธอมาหาฉันเพราะฉันกับเฉิงกังกำลังจะแต่งงานกันใช่ไหม?”
