เซิ่งอันหนิงรู้สึกเขินอยู่บ้าง เธอหยอกโจวชื่อซวินได้ก็จริง แต่พอโจวหนานกวางอยู่ด้วย แล้วจงเหวินชิงพูดออกมาตรง ๆ แบบนี้ เธอก็ยังอดกระดากอายไม่ได้ จึงหัวเราะแห้ง ๆ ก่อนวิ่งไปล้างมือ แล้วกลับมากินข้าว
ทุกคนนั่งล้อมโต๊ะเล็ก กินข้าวไปพลางคุยเรื่องเช่าบ้านไปพลาง
จงเหวินชิงเสนอให้พวกเธอเป็นคนจ่ายค่าเช่าเอง แต่โจวชื่อซวินไม่ยอม “ค่าเช่าพวกเราออกเอง พวกเรามีเงิน”
เซิ่งอันหนิงรีบพยักหน้า “ใช่ พวกเรามีเงิน”
เงินสองร้อยหยวนที่เธอหลอกเอามาจากหลี่อิ๋นผิง เพียงพอให้ใช้ชีวิตในยุคนี้ได้ครึ่งปีอย่างไม่มีปัญหา
ยิ่งไปกว่านั้น อีกไม่นานเธอก็หาเงินได้แล้ว
แต่จงเหวินชิงกลับไม่ได้คิดเช่นนั้น “ให้แม่กับพ่อเป็นคนจ่ายเถอะ หลายปีมานี้แม่ไม่เคยได้ทำอะไรให้ลูกเลย”
โจวชื่อซวินยังคงไม่เห็นด้วย เซิ่งอันหนิงจึงยิ้มไกล่เกลี่ย “พวกเราออกค่าเช่าเอง ส่วนแม่กับพ่อช่วยซื้อชามกับตะเกียบให้พวกเราได้ไหมคะ ไม่ใช่เหรอคะที่บอกว่าถ้าเป็นชามกับตะเกียบที่ผู้ใหญ่ให้มา ต่อไปพวกเราก็จะมีข้าวกิน”
โจวหนานกวางรู้ว่าโจวชื่อซวินคงไม่ยอมรับแน่ จึงช่วยเกลี้ยกล่อมจงเหวินชิง “ฟังอันหนิงเถอะ เดี๋ยวพวกเราก็ไปดูบ้านกัน”
กินมื้อเที่ยงเสร็จ เซิ่งอันหนิงก็พาโจวหนานกวางกับจงเหวินชิงไปดูบ้านแถวนี้
ช่วงนี้คนปล่อยบ้านให้เช่ามีน้อยมาก สอบถามอยู่หลายบ้าน ในที่สุดก็เจอบ้านหนึ่งที่ยอมให้เช่าห้องข้างสองห้อง ค่าเช่าเดือนละห้าหยวน
เซิ่งอันหนิงไม่รู้ว่าค่าเช่าราคานี้แพงหรือเปล่า แต่เห็นว่าลานเล็กสะอาดเรียบร้อย ห้องข้างสองห้องไม่ได้ฉาบปูน พื้นก็เป็นดิน ทว่ากว้างขวางและสว่างดี ที่สำคัญคือมีประตูเปิดออกไปยังถนน เข้าออกสะดวกมาก
