หลูฉางเฟิงส่ายหน้า “ไม่มีใครเห็นเขาอีกเลย ตอนนั้นทุกคนต่างยุ่งอยู่กับการไปทำงานเก็บแต้มแรงงาน ใครจะมีเวลาสนใจคนตายที่ไม่รู้ว่ามาจากไหนกันล่ะ ต่อมาเลยเอาไปเล่ากันเป็นเรื่องผีฟังเล่น”
เซิ่งอันหนิงเห็นโจวชื่อซวินเอาแต่มองนาฬิกาข้อมือ จึงตบไหล่เขาเบา ๆ “ไม่เป็นไรนะ แปลว่าโจวหลวนเฉิงยังมีชีวิตอยู่ นี่เป็นข่าวดีมาก ไว้กลับไปบอกพ่อแม่ของคุณ พวกเขามีเส้นสายกว้างขวาง ยังไงก็ต้องหาเขาเจอแน่”
โจวชื่อซวินส่ายหน้า “บอกไม่ได้ ต้องรอให้เราจัดการโจวลู่หมิงให้เรียบร้อยก่อน ไม่อย่างนั้นโจวหลวนเฉิงจะตกอยู่ในอันตราย”
โจวหลวนเฉิงไม่กลับบ้าน แสดงว่าเขาอาจบาดเจ็บสาหัสจนเสียชีวิตในภายหลัง หรือไม่ก็ความจำเสื่อมจนจำทางกลับบ้านไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นกรณีไหน ตอนนี้การที่เขาไม่ปรากฏตัวย่อมปลอดภัยที่สุด
พอเซิ่งอันหนิงนึกถึงโจวลู่หมิงก็โกรธขึ้นมา “โจวลู่หมิงเป็นใครกัน คิดว่าจะทำอะไรก็ได้ตามใจชอบหรือไง?”
โจวชื่อซวินอธิบายให้เซิ่งอันหนิงฟังอย่างอดทน “คุณคิดว่าโจวลู่หมิงก่อเรื่องใหญ่โตขนาดนี้ได้ด้วยความสามารถของตัวเองหรือ?”
เซิ่งอันหนิงร้องอ๋อเบา ๆ แบบนี้ก็แปลว่ายังมีปลาใหญ่คอยช่วยอยู่เบื้องหลัง
โจวชื่อซวินเก็บนาฬิกาข้อมือแล้วพยักหน้าให้หลูฉางเฟิง “ขอบคุณนะ รีบล่อโจวลู่หมิงมาให้เร็วที่สุด เรื่องระเบิดบนถนนหลวงทำให้เขาเริ่มลนแล้ว”
หลูฉางเฟิงพยักหน้า “ได้ งั้นคุณพักผ่อนก่อน ฉันไปล่ะ”
เขามาไวไปไวราวกับสายลมเช่นเคย
หลูฉางเฟิงเพิ่งไปได้ไม่นาน จงเหวินชิงกับโจวหนานกวางก็พากันมาพร้อมอาหารเช้า พอเห็นโจวชื่อซวินกับเซิ่งอันหนิงกำลังกินอาหารเช้าอยู่ จงเหวินชิงก็หันไปบ่นโจวหนานกวาง “เป็นเพราะคุณแท้ ๆ ฉันบอกให้รีบออกมา คุณก็ยังให้ฉันพักต่อ ดูสิ พวกเขากินอาหารเช้ากันแล้ว”
