โจวชื่อซวินไม่คิดเลยว่าเซิ่งอันหนิงจะเสนอขอกลับชนบทไปกับเขา ทั้งที่ทุกครั้งที่พูดถึงที่นั่น เธอก็แสดงสีหน้ารังเกียจเสมอ
ยิ่งไปกว่านั้น ดูจากท่าทางของเซิ่งอันหนิงแล้ว สองวันนี้เธอคงไม่ได้กลับบ้าน จึงไม่รู้เรื่องราวในตระกูลเซิ่งเลยสักนิด
เขาเม้มริมฝีปาก ไม่รู้ว่าควรพูดอะไร สุดท้ายก็พยักหน้าพร้อมขานรับเบา ๆ
เซิ่งอันหนิงไม่ได้หวังว่าถั่วงอกเงียบคนนี้จะพูดอะไรได้มากมาย เธอมองผ้าห่มกับห่อสัมภาระที่วางอยู่บนเตียงอีกเตียงอย่างสงสัย ก่อนถามว่า “แม่คุณล่ะ พวกเธอไปไหนกัน”
โจวชื่อซวินเองก็ไม่รู้ หลังจากเซิ่งอันหนิงออกไปได้ไม่นาน จูกุ้ยฮวาก็นั่งเบื่ออยู่ตรงนั้น บอกว่าจะออกไปเดินเล่น แล้วลากโจวเอ้อหนีออกไปด้วย
พอนึกถึงท่าทีคุกคามของจูกุ้ยฮวา เขาก็เอ่ยขอโทษเซิ่งอันหนิง “แม่ผมนิสัยไม่ดี ส่วนน้องสาวก็ถูกคนในบ้านตามใจจนเสียคน”
เซิ่งอันหนิงโบกมือ “เกี่ยวอะไรกับฉัน คนแบบนี้สักวันก็ต้องเจอเรื่องหนัก ๆ พอเจอเข้าก็จะรู้จักทำตัวดีเอง”
คิดไปคิดมา เธอก็ตัดสินใจบอกโจวชื่อซวินเรื่องที่โจวเอ้อหนีตั้งครรภ์
ในที่สุดใบหน้าเรียบเฉยของโจวชื่อซวินก็มีปฏิกิริยา เขาตกตะลึงปนไม่อยากเชื่อ “ไม่จริงน่า”
ในยุคนี้ อย่าว่าแต่ตั้งท้องทั้งที่ยังไม่แต่งงานเลย แค่ตกลงคบหากันก็ยังแสดงความใกล้ชิดเกินควรไม่ได้ ไม่อย่างนั้นคงถูกคนด่าจนจมกองน้ำลาย
ยิ่งด้วยความคิดคร่ำครึของโจวชื่อซวิน เขายิ่งไม่อยากเชื่อว่าโจวเอ้อหนีจะทำเรื่องแบบนี้ได้
เซิ่งอันหนิงส่งเสียงจิ๊จ๊ะ นึกไม่ถึงว่าโจวชื่อซวินจะเป็นคนคร่ำครึขนาดนี้ “ฉันแค่บอกให้คุณรู้ อย่ากลับไปหาคู่ให้น้องสาวคุณเข้าล่ะ แบบนั้นไม่เท่ากับหลอกคนอื่นหรือไง อีกอย่าง ดูท่าแล้วน่าจะท้องได้สี่เดือนแล้ว รีบคิดหาทางแก้เถอะ ไม่อย่างนั้นก็มีแต่ต้องคลอดออกมา”
