เซิ่งอันหนิงแกล้งทำเป็นไม่เห็นท่าทีของโจวเอ้อหนี แล้วบอกให้โจวชื่อซวินรีบกิน “เร็วหน่อย เดี๋ยวเย็นแล้วจะกินไม่ได้ แถมยังไม่ดีต่อร่างกายด้วย”
โจวชื่อซวินเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะรับกล่องข้าวมาอย่างว่าง่าย แล้วค่อย ๆ ดื่มซุป
จูกุ้ยฮวาเห็นว่าสองสามีภรรยาใหม่ไม่สนใจทางนี้เลย ก็โมโหจนตบหลังโจวเอ้อหนีไปพลาง พูดไปพลาง “แกนี่มันไม่ได้เรื่องจริง ๆ กินของเย็นจนปวดท้องหรือไง? บอกว่าไม่มีวาสนาเป็นคนรวย แต่ดันได้โรคของคนรวยมาแทน”
เซิ่งอันหนิงทำเป็นไม่ได้ยิน เธอยังหิวอยู่เลย จะไปยุ่งเรื่องของคนอื่นทำไม
พอเห็นโจวเอ้อหนีเอามือปิดปาก พยายามกลั้นอาการคลื่นไส้และขย้อนแห้ง ๆ จู่ ๆ เซิ่งอันหนิงก็เกิดความคิดขึ้นมา เธอกวาดตามองโจวเอ้อหนีตั้งแต่หัวจรดเท้า เอวหนาอวบอุ้ย ดูอย่างไรก็ไม่เหมือนสาวโสดที่ควรจะผอมเพรียว
เห็นจูกุ้ยฮวายังพูดจาเหน็บแนมไม่หยุด เซิ่งอันหนิงจึงอดแทรกขึ้นมาไม่ได้ “ตอนนี้ก็อยู่โรงพยาบาลพอดี ไปตรวจดูหน่อยสิ อย่าปล่อยให้เป็นเรื่องอื่นจนเสียเวลาเลย”
โจวเอ้อหนีใจหายวาบ มองเซิ่งอันหนิงอย่างมีพิรุธ “เธอพูดเหลวไหลอะไร? เรื่องอื่นอะไร?”
เธอไม่ได้มีประจำเดือนมาสามเดือนแล้ว ทั้งยังเคยได้ยินสะใภ้สาวในหมู่บ้านพูดถึงอาการของคนตั้งครรภ์ ตอนนี้ท้องน้อยของเธอก็แข็งเป็นก้อน รู้สึกว่าเอวหนาขึ้นด้วย แต่ก็ไม่กล้าคิดว่าตัวเองจะตั้งครรภ์จริง ๆ
คืนก่อนที่ปัญญาชนคนนั้นจะกลับเข้าเมือง เพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจากไปแล้วจะไม่กลับมาอีก ทั้งสองจึงมีความสัมพันธ์กัน
แต่ก็แค่ครั้งเดียวเอง จะตั้งครรภ์จริง ๆ ได้หรือ?
