โจวชื่อซวินเห็นทั้งสองกินข้าวกันอย่างมีความสุข จู่ ๆ ก็นึกถึงเรื่องของหลูฉางเฟิงขึ้นมา จึงเอ่ยราวกับไม่ใส่ใจว่า “พวกคุณไม่ได้อยากรู้เหรอว่าทำไมหลูฉางเฟิงถึงหย่า”
เซิ่งอันหนิงเกือบลืมเรื่องนี้ไปแล้ว “ใช่แล้ว ทำไมถึงหย่าล่ะ เขาบอกคุณเหรอ”
โจวชื่อซวินพยักหน้า “เพราะภรรยาไม่อยากอยู่กันคนละที่ อยากให้เขาย้ายกลับมอตู”
เซิ่งอันหนิงประหลาดใจ “แค่เรื่องนี้เองเหรอ ถ้าอย่างนั้นอดีตภรรยาของเขาก็ไม่รู้จักคิดเอาเสียเลย”
โจวเฉาหยางก้มหน้ากินข้าว แต่ไม่ยอมพลาดแม้แต่คำเดียว
เซิ่งอันหนิงถามต่อ “แล้วเขากับอดีตภรรยารู้จักกันได้ยังไง”
โจวชื่อซวินเล่าคำพูดของหลูฉางเฟิงตามเดิมทุกคำ “รู้จักกันตั้งแต่เด็ก โตมาด้วยกัน”
เซิ่งอันหนิงเหลือบมองโจวเฉาหยาง เห็นสีหน้าเธอไม่เปลี่ยน จึงไม่ถามต่อ หากเขากับอดีตภรรยารักกันดีแล้วหย่ากัน ต่อไปเขาจะเปิดใจให้ใครได้อีกไหมนะ
ถ้าอดีตภรรยามาตามหา เขาจะกลับไปคืนดีกันหรือเปล่า
คิดแล้วก็ปวดหัวจริง ๆ
กินมื้อกลางวันเสร็จ โจวชื่อซวินบอกให้พวกเธอพักผ่อน ส่วนตัวเองออกไปทำธุระ
เซิ่งอันหนิงไม่ได้ถาม รู้สึกว่าเขาคงออกไปสืบอีกครั้งว่าเรื่องที่เธอบาดเจ็บเป็นฝีมือคนหรือเป็นอุบัติเหตุ
หลังโจวชื่อซวินออกไป เธอก็เรียกโจวเฉาหยางที่เพิ่งล้างจานเสร็จมานอนคุยกันบนเตียง กลัวโจวเฉาหยางจะเสียใจ จึงระวังไม่พูดถึงหลูฉางเฟิง
โจวเฉาหยางกลับหัวเราะขึ้นมาเฉย ๆ “พี่สะใภ้ พี่คิดว่าฉันจะเสียใจใช่ไหม ไม่เป็นไรหรอก ฉันไม่ได้เปราะบางขนาดนั้น ฉันเป็นนักรบหญิงที่เคยขึ้นที่ราบสูงมาแล้วนะ”
