เซิ่งอันหนิงมองหยวนชูฉินด้วยความตกใจ คราวนี้พี่สะใภ้พูดจาโจ่งแจ้งจริง ๆ
หยวนชูฉินหัวเราะคิกคัก ก่อนจะลดเสียงลง “ไม่ต้องเขินหรอก นี่เป็นประสบการณ์ของฉันเอง ลูกชายบ้านฉันก็เกิดมาแบบนี้แหละ”
เซิ่งอันหนิงตกใจกับความรู้ที่ไม่เป็นวิทยาศาสตร์นี้ แต่ก็อดถามต่อไม่ได้ “แล้วถ้าอยากได้ลูกสาวล่ะ?”
หยวนชูฉินครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ก็ให้นอนคว่ำสิ เธอกับชื่อซวินยังหนุ่มยังสาว ทำกันบ่อย ๆ เดี๋ยวก็มีเอง”
เซิ่งอันหนิงคิดว่าตัวเองใจกว้างและไม่ถือสาเรื่องหยุมหยิมพอแล้ว แต่พอได้ฟังคำพูดของหยวนชูฉิน ก็รู้สึกว่าตัวเองยังห่างชั้นอยู่มาก จนรู้สึกร้อนวูบวาบไปทั้งหัว ใบหน้าแดงก่ำ ไม่กล้าพูดอะไรออกมา
หยวนชูฉินหัวเราะเสียงดัง “ดูสิ เธอยังขี้อายอยู่เลย ไม่ต้องเขินหรอก ใคร ๆ ก็มีลูกกันแบบนี้ทั้งนั้น”
เซิ่งอันหนิงหน้าแดงจนหูร้อน พี่สะใภ้คะ นี่มันเรื่องสุขส่วนตัวของสามีภรรยานะคะ เอามาพูดกันแบบนี้ ฉันเขินจะแย่แล้ว
หยวนชูฉินเป็นคนเปิดเผยตรงไปตรงมา แถมยังทำอาหารอร่อยมาก
ตอนกินข้าว เธอคอยคีบเนื้อใส่ชามเซิ่งอันหนิงไม่หยุด “กินเยอะ ๆ หน่อยสิ ดูเธอผอมขนาดนี้ หุ่นบอบบางแบบนี้ ต่อไปคลอดลูกคงลำบากแย่”
เซิ่งอันหนิงฝืนใจไม่พูดอะไร กลัวหยวนชูฉินจะพูดอะไรชวนตกใจออกมาอีก เธอคีบให้เท่าไร เซิ่งอันหนิงก็กินเท่านั้น ว่าง่ายเป็นที่สุด
พอออกจากบ้านหลูหยวนต้า เซิ่งอันหนิงก็ลูบท้องพลางถอนใจซ้ำ ๆ “พี่สะใภ้ต้อนรับขับสู้เกินไปแล้ว ถ้าได้กินข้าวบ้านพี่เขาอีกสักสองสามมื้อ กลับไปฉันคงกลายเป็นหมูอ้วนแน่”
