ยายแก่เบิกตาจ้องเซิ่งอันหนิง “ไม่เคยเห็นใครจุกจิกขี้ตืดขนาดคุณมาก่อน แค่แตงกวาต้นเดียวเอง จำเป็นต้องทำถึงขนาดนี้ไหม? ก็เป็นเพื่อนบ้านกันแท้ ๆ มิน่าล่ะใคร ๆ ถึงพูดว่าคุณอยู่ด้วยยาก คนอย่างคุณจะเข้ากับใครได้?”
เซิ่งอันหนิงหัวเราะเยาะ “งั้นก็ไม่ต้องให้คุณเป็นห่วง ตอนนี้ฉันกลับมาแล้ว เรื่องที่ก่อนหน้านี้คุณแอบเก็บผักของฉันไป ฉันจะไม่เอาเรื่อง แต่ถ้าต่อไปยังกล้ามาเด็ดต้นกล้าผักของฉันไปแม้แต่ต้นเดียว ฉันไม่ปล่อยไว้แน่”
ยายแก่โกรธจนด่ากระฟัดกระเฟียดเดินจากไป
เซิ่งอันหนิงไม่ใส่ใจ ตักน้ำมานั่งยอง ๆ ในลานบ้านแปรงฟันล้างหน้า พลางฟังยายแก่ด่าจางอีเหมยต่อ เห็นได้ชัดว่ากำลังด่ากระทบกระเทียบเธอ “ป่านนี้แล้ว ยังไม่รีบไปทำกับข้าวอีก แต่งตัวเหมือนนังจิ้งจอกทุกวัน คิดจะออกไปยั่วยวนใครกัน?”
“ดูท่าทางน่ารังเกียจของเธอสิ หน้าตาเหมือนพวกยั่วผู้ชาย เห็นแวบเดียวก็รู้ว่าเป็นผู้หญิงชั้นต่ำที่ขาดผู้ชายไม่ได้”
เซิ่งอันหนิงรู้ดีว่ายายแก่กำลังด่ากระทบเธอ แต่เธอก็ไม่ได้โง่เดินเข้าไปรับคำด่า ได้แต่จ้องยายแก่ที่กำลังด่าอยู่ในลานบ้านข้าง ๆ อย่างเย็นชา
พอสบเข้ากับสายตาของเซิ่งอันหนิง ยายแก่ก็หยุดพูดกะทันหัน ไม่รู้ทำไม สายตาเย็นเยียบของสะใภ้บ้านข้าง ๆ แฝงคำเตือนไว้ ทำให้ยายแก่รู้สึกหวาดหวั่นขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
ยายแก่รีบหดหัวกลับเข้าบ้านอย่างลนลาน
หลังล้างหน้าแปรงฟันเสร็จ เซิ่งอันหนิงก็ยืนมองผักในลานบ้าน ยิ่งมองก็ยิ่งชอบ คิดว่าคราวหน้าต้องไปขอบคุณฉินหงเสียให้ดี
