เซิ่งอันหนิงรู้สึกแปลกใจอยู่บ้าง เวลานี้ใครจะมาเยี่ยมบ้านกันนะ?
เธอวางชามกับตะเกียบแล้วรีบเดินออกไปดู คนที่ยืนอยู่เป็นชายแปลกหน้าคนหนึ่ง อายุไล่เลี่ยกับโจวชื่อซวิน ตัวเตี้ยกว่าเล็กน้อย คิ้วเข้มตาโต หน้าตาหล่อเหลาได้รูป
ชายหนุ่มเห็นเซิ่งอันหนิงก็ชะงักไปเล็กน้อย จากนั้นเมื่อเห็นโจวชื่อซวินที่อยู่ข้างหลังเธอ ดวงตาก็เป็นประกาย “ที่แท้อยู่ที่นี่จริง ๆ ด้วย ผมถามทางมาตลอดเลยครับ นี่พี่สะใภ้ใช่ไหมครับ สวัสดีครับ ผมชื่อเหมาต้าจ้วง”
เซิ่งอันหนิงรีบยิ้มทักทาย พลางคิดว่าคนนี้คงเป็นเพื่อนทหารของโจวชื่อซวิน จึงเชิญเขาเข้าบ้าน
เมื่อเหมาต้าจ้วงเห็นโจวชื่อซวินก็อดตื่นเต้นไม่ได้ พูดไม่หยุดว่า “ผมได้ยินว่าคุณบาดเจ็บ ก็รีบมาหาทันที เป็นยังไงบ้าง ดีขึ้นหรือยัง ทำไมอยู่ที่สถาบันที่สองแล้วยังบาดเจ็บได้ล่ะครับ”
เห็นได้ชัดว่าทั้งสองสนิทกันมาก คำถามจึงพรั่งพรูออกมาไม่ขาดสาย ไม่ได้วางท่าเป็นคนนอกเลยสักนิด
โจวชื่อซวินส่ายหน้า “ไม่มีปัญหาอะไรมาก ทางนั้นไม่ยุ่งหรือ?”
ทั้งสองเป็นทหารรุ่นเดียวกัน เพียงแต่เหมาต้าจ้วงเป็นคนซื่อ ๆ ตรงไปตรงมา หลังปลดประจำการก็กลับไปเป็นเลขาธิการพรรคประจำหมู่บ้าน ทำงานได้ไม่เลวเลย
เซิ่งอันหนิงชวนเหมาต้าจ้วงนั่ง แล้วรีบออกไปซื้อขนมปังเผากลับมา เดิมทีเธอทำอาหารไว้แค่สองคน กินกันอย่างไรก็ไม่พอแน่
เมื่อนึกถึงรูปร่างหน้าตาของเหมาต้าจ้วง ก็รู้ทันทีว่าเขาคงทำงานเกษตรหนักมามาก เธอจึงซื้อขนมปังเผาสิบชิ้นกับไก่ตุ๋นครึ่งตัวกลับไปด้วย
ตอนที่เธอกลับไป เหมาต้าจ้วงยังคงตื่นเต้นพลางรำลึกความหลังกับโจวชื่อซวิน เล่าไปก็ตบต้นขาตัวเองไปด้วย “เห็นคุณตอนนี้สบายดี ผมก็วางใจแล้ว ตอนนั้นถ้าไม่ได้คุณแบกผมออกมาจากกองศพ ผมคงไม่มีชีวิตอยู่มาถึงวันนี้หรอก”
