จงเหวินชิงร้อนใจขึ้นมาทันที “เหลวไหล! ตอนนี้โจวลู่หมิงเป็นคนแบบไหนแล้ว เธอยังจะไปหาเขาอีก”
โจวเฉาหยางเองก็ร้อนใจอยู่บ้าง “ฉันก็ว่ามีอะไรไม่ชอบมาพากล แล้วตอนนี้จะทำยังไงดีล่ะ”
เซิ่งอันหนิงจนปัญญา “พวกคุณอย่าเพิ่งร้อนใจไป เพื่อนของชื่อซวินออกไปตามหาที่ซ่อนของโจวลู่หมิงแล้ว เปยชิงคงไม่ตกอยู่ในอันตรายหรอก”
แต่ในใจกลับอยากด่าโจวเปยชิง ถ้ารู้ว่าโจวลู่หมิงซ่อนอยู่ที่ไหน ก็บอกโจวชื่อซวินตรง ๆ ไม่ได้หรือไง จะไปแสดงความสามารถอะไรนักหนา!
ตอนโจวชื่อซวินกำลังจะออกไปตามหาหลูฉางเฟิง หลูฉางเฟิงก็เดินเข้ามาพอดี เมื่อเห็นว่าในบ้านมีโจวเฉาหยางอยู่ด้วย เขาก็ทักทายจงเหวินชิงกับเซิ่งอันหนิง ก่อนเรียกโจวชื่อซวินออกไปคุยข้างนอก
เซิ่งอันหนิงเห็นโจวเฉาหยางที่ปกติเปิดเผยตรงไปตรงมา ราวกับเด็กผู้ชายคนหนึ่ง จู่ ๆ ก็ทำท่าทางเขินอาย แอบเหลือบมองหลูฉางเฟิงเป็นพัก ๆ พอเขาเดินออกไปแล้วก็ยังหันไปมองตาม
เซิ่งอันหนิงยื่นมือผลักโจวเฉาหยางเบา ๆ “เป็นอะไรไป เธอรู้จักหลูฉางเฟิงเหรอ”
โจวเฉาหยางหน้าแดงทันที พลางส่ายหน้าปฏิเสธ “มะ...ไม่รู้จัก”
ท่าทางปิดบังไม่มิดแบบนั้นทำให้เซิ่งอันหนิงมองออกทันทีว่ามีเรื่องซ่อนอยู่ พอเห็นจงเหวินชิงเดินไปล้างผัก เธอก็กระซิบถามโจวเฉาหยางว่า “ฉันนึกว่าเธอกับซ่งซิวเหยียนเป็นคู่กันเสียอีก พวกเธอโตมาด้วยกัน แถมยังเคยนั่งโต๊ะเรียนเดียวกันด้วย”
ถึงเวลาเจอกันจะทะเลาะกันจอแจ แต่ก็เป็นคู่กัดที่รักกันไม่ใช่หรือไง
โจวเฉาหยางมองเซิ่งอันหนิงอย่างตกตะลึง “เธอคิดได้ยังไงว่าฉันกับซ่งซิวเหยียนจะเป็นคู่กัน เราสองคนเป็นไปได้ยังไง ฉันไม่ชอบเขาสักนิด ผู้ชายอะไรขี้เหนียวจะตาย”
