เซิ่งอันหนิงเหลือบมองโจวเปยชิง ฝีเท้าเพียงช้าลงแต่ไม่ได้หยุด “จะคุยอะไรล่ะ ฉันกับเธอไม่มีอะไรต้องคุยกัน”
โจวเปยชิงทำได้แค่เดินตามเซิ่งอันหนิงไป “ก่อนหน้านี้ฉันไม่ได้คิดอะไรมาก แล้วก็ไม่คิดว่าโจวลู่หมิงจะทำเรื่องแบบนี้ได้”
เซิ่งอันหนิงไม่คิดจะปลอบเธอ นิสัยเธอไม่ค่อยดี ทำอะไรตามใจตัวเองมาตลอด ไม่ชอบใครก็ขี้เกียจแม้แต่จะเสแสร้งรับมือ
ยิ่งเป็นโจวเปยชิงที่ไม่มีสมองแบบนี้ ต่อให้เจ็บตัวก็ยังไม่แน่ว่าจะเปลี่ยนนิสัย
เห็นเซิ่งอันหนิงไม่สนใจเธอเลย โจวเปยชิงจึงได้แต่ฝืนใจพูดต่อ “ที่จริงเมื่อก่อนโจวลู่หมิงไม่ใช่คนแบบนี้ ตอนเด็ก ๆ พวกเราพี่น้องก็สนิทกันดี ตอนนั้นพ่อกับแม่งานยุ่งทั้งคู่ เป็นเขากับพี่ชายคนที่สองที่คอยดูแลฉันกับเฉาหยาง”
นึกย้อนกลับไป ตอนนั้นพวกเขาอายุแค่สิบกว่าขวบ ชีวิตก็ไม่ได้สุขสบาย แต่ถ้าที่บ้านมีของอร่อย พี่ชายใหญ่กับพี่ชายคนที่สองก็จะยกให้เธอกับเฉาหยาง
แม้แต่ลูกอมก้อนเดียว พี่ชายคนที่สองก็ยังใช้มีดครัวหั่นแบ่งครึ่งให้เธอกับเฉาหยาง
ตอนกลางคืนเฉาหยางป่วย งอแงไม่ยอมนอน พี่ชายคนที่สองก็อุ้มเฉาหยางเดินวนอยู่ในลานบ้าน กล่อมจนหลับ
พี่ชายคนที่สองยังแอบขโมยไก่ย่างจากโรงอาหารกลับมาแบ่งให้เธอกับเฉาหยางด้วย เพียงแต่ตอนเด็กเฉาหยางขี้แยและสุขภาพอ่อนแอกว่า พี่ชายคนที่สองจึงยกน่องไก่สองข้างให้เฉาหยาง ส่วนเธอได้ปีกไก่สองชิ้น
พี่ชายคนที่สองยังถักเปียให้เธอกับเฉาหยาง แกะเสื้อไหมพรมสีแดงเอาเส้นด้ายมาถักเป็นเชือกผูกผม ทำให้เด็กคนอื่น ๆ ในลานบ้านพากันอิจฉา
