โจวชื่อซวินเห็นเซิ่งอันหนิงตื่นเต้น ก็ลุกขึ้นนั่งตามแล้วพยักหน้า “มีแนวโน้มว่าจะเป็นอย่างนั้นครับ มีคนเสนอเรื่องนี้ต่อกระทรวงศึกษาธิการและผู้นำประเทศแล้ว ตอนนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาญัตติ”
เซิ่งอันหนิงตื่นเต้นขึ้นมาทันที หากอยากยืนอยู่หน้าโต๊ะผ่าตัดได้อย่างเปิดเผย เธอก็ต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัยให้ได้ และต้องได้รับจดหมายตอบรับจากมหาวิทยาลัยใบนั้น
เธอยื่นมือไปกุมมือโจวชื่อซวิน “ฉางสั่ว คุณว่าฉันมีสิทธิ์สอบเข้ามหาวิทยาลัยไหม”
โจวชื่อซวินยังไม่ค่อยรู้รายละเอียดข้อกำหนดหลังจากกลับมาจัดการสอบเข้ามหาวิทยาลัยอีกครั้ง เรื่องนี้หลูฉางเฟิงเพิ่งเล่าให้เขาฟังวันนี้เอง อีกฝ่ายถามเขาว่าสนใจจะกลับไปเรียนมหาวิทยาลัยอีกหรือไม่
แต่พอเห็นแววตาคาดหวังของเซิ่งอันหนิง เขาก็ทนทำให้เธอผิดหวังไม่ได้ จึงพยักหน้า “มีสิทธิ์ครับ”
เซิ่งอันหนิงยิ้มออกมา “เอาละ ไม่ถามให้คุณลำบากใจแล้ว ฉันรู้ว่าต้องมีคนมากมายอยากเปลี่ยนชีวิตด้วยการสอบเข้ามหาวิทยาลัย ไม่ต้องพูดถึงที่อื่น แค่ปัญญาชนนับหมื่นนับแสนในชนบทก็คงเฝ้ารอวันนี้ในฝัน การแข่งขันต้องสูงมากแน่ ๆ”
แม้ปากจะพูดเช่นนั้น แต่ในใจเธอกลับไม่ยอมแพ้
ถ้ามีโอกาส เธอจะต้องลองคว้ามันมาให้ได้
โจวชื่อซวินเองก็ไม่มั่นใจว่าจะช่วยเซิ่งอันหนิงคว้าโอกาสนี้มาได้หรือไม่ ทำได้เพียงมองเธอเงียบ ๆ เห็นเธอเดี๋ยวดีใจ เดี๋ยวก็กลัดกลุ้ม
เช้าวันรุ่งขึ้น โจวหนานกวางพาทีมผู้เชี่ยวชาญมาถึง ก่อนออกเดินทางเขาได้รับโทรศัพท์จากโจวชื่อซวินแล้วว่า การผ่าตัดของจงเหวินชิงเสร็จเรียบร้อยแล้ว
โจวหนานกวางยังไม่วางใจ เพราะกว่าจะหาผู้เชี่ยวชาญได้หลายคนและจัดคิวผ่าตัดสำเร็จนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
