ไปจิงเชิง เซิ่งอันหนิงย่อมเต็มใจอยู่แล้ว
ในยุคนี้ ถ้าได้ไปพัฒนาตัวเองที่จิงเชิงย่อมดีกว่าแน่นอน ต่อไปแค่ซื้อเรือนสักสองสามหลัง ก็อาจกลายเป็นมหาเศรษฐีได้แล้ว แน่นอนว่ามีคนจำนวนไม่น้อยมุ่งหน้าไปทางใต้ แต่ถึงอย่างไรก็ดีกว่าเมืองเล็กห่างไกลแห่งนี้
แต่โจวชื่อซวินคงไม่ยอม เขายิ้มพลางปฏิเสธ “ไม่เป็นไรครับ พวกเราอยู่ที่นี่ก็ดีแล้ว งานของผมก็ไปได้ดี”
จงเหวินชิงผิดหวังเล็กน้อย “ถ้าพวกคุณไปจิงเชิง ฉันจัดงานดี ๆ ให้ได้ งานของชื่อซวินก็ย้ายไปหน่วยงานที่ดีกว่านี้ได้เหมือนกัน”
แบบนี้ครอบครัวพวกเขาก็จะได้อยู่พร้อมหน้ากัน แต่เธอไม่กล้าพูดเรื่องพวกนี้กับโจวชื่อซวิน ทุกครั้งที่เผชิญหน้ากับเขา เธอรู้สึกว่าเขาเย็นชา ไม่มีความรู้สึกให้แม่แท้ ๆ อย่างเธอเลยแม้แต่น้อย
เรื่องนี้ทำให้เธอเจ็บปวดใจ ทั้งโกรธตัวเองที่สะเพร่าเลินเล่อ และยิ่งเกลียดจูกุ้ยฮวาที่ใจร้ายเหมือนงูพิษ
เซิ่งอันหนิงโบกมือ “พวกเราอยู่ที่นี่ก็ดีแล้ว แถมยังปรับตัวกับชีวิตที่นี่ได้ด้วย งานของโจวชื่อซวินก็ดีมาก ผลงานทั้งหมดเขาใช้หยาดเหงื่อและแรงกายแรงใจสร้างขึ้นมาทีละนิด ดังนั้นฉันหวังว่าคุณจะไม่เข้าไปก้าวก่ายงานของเขานะคะ”
จงเหวินชิงรีบพยักหน้า “ฉันเข้าใจ ฉันเข้าใจ”
เซิ่งอันหนิงคิดอยู่ครู่หนึ่ง “เราอยากมีชีวิตแบบไหน ก็ต้องพยายามด้วยตัวเอง ถ้าคุณอยากดีกับเขาจริง ๆ ก็ใส่ใจดูแลชีวิตประจำวันของเขาให้มากหน่อย”
จงเหวินชิงใช้ผ้าเช็ดหน้าเช็ดน้ำตา “ถ้าพวกคุณมีปัญหาอะไรในชีวิตประจำวันก็บอกฉันได้นะ...”
เซิ่งอันหนิงโบกมืออีกครั้ง “คุณใส่ใจเขาให้มากขึ้นก็พอค่ะ”
