จงเหวินชิงเบิกตามองลูกสาว “ตอนที่เธอออดอ้อนอยู่ในอ้อมกอดฉัน เธอรู้ไหมว่าพี่ชายใหญ่ของเธอกำลังทำอะไรอยู่? เขาถูกคนทิ้งไว้บนภูเขา เกือบถูกหมาป่ากินแล้ว เขาควรจะเกลียดฉัน โกรธแค้นฉัน เพราะฉันสะเพร่าทำเขาหายไป แต่เขากลับไม่ทำแบบนั้น!”
“ก่อนพี่ชายใหญ่ของเธอจะเข้ากองทัพ เขาไม่เคยถ่ายรูปสักใบ ไม่เคยไปเมืองเคาน์ตี้ ไม่เคยใส่เสื้อผ้าใหม่ เธอทำใจนิ่งเฉยแล้วกลับบ้านได้ยังไง?”
โจวเปยชิงเองก็รู้สึกน้อยใจไม่น้อย “แต่เขาไม่ยอมรับพวกเรานี่คะ จะให้พวกเราอยู่ที่นี่ต่อไปเรื่อย ๆ หรือไง? อีกอย่าง ตอนนั้นก็ไม่ใช่ความผิดของแม่ แล้วแม่เคยคิดถึงความรู้สึกของพี่ชายใหญ่บ้างไหมคะ? หนูหมายถึงโจวลู่หมิง เขาก็ไม่ได้ทำอะไรผิดเหมือนกัน อยู่ข้างกายแม่มาตั้งสามสิบปี แม่ไม่มีความผูกพันกับเขาเลยจริง ๆ เหรอ?”
จงเหวินชิงขมวดคิ้ว ราวกับลืมไปว่ามีโจวลู่หมิงอยู่ เธอนิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ก่อนเอ่ยว่า “ถึงเขาจะไม่ผิด ถึงจะเป็นผู้บริสุทธิ์ แต่แม่แท้ ๆ ของเขาก็สมควรตายที่มาแย่งลูกชายของฉันไป! ฉันทำดีกับเขามากพอแล้ว เลี้ยงดูเขาอย่างดี ช่วยให้เขาแต่งงานสร้างครอบครัว ฉันไม่ติดค้างอะไรเขาแล้ว! เธอไปซะ ฉันไม่อยากเห็นหน้า เธอมันคนทรยศ!”
โจวเปยชิงโกรธจนไปนั่งเงียบอยู่ข้าง ๆ เธอคิดว่าตัวเองมีเหตุผลมาก เรื่องมันเกิดขึ้นแล้ว กลับไปให้ทุกคนนั่งลงคุยกันดี ๆ ก็ได้
ยิ่งไปกว่านั้น พี่ชายใหญ่โจวลู่หมิงก็ควรมีสิทธิ์รับรู้เรื่องนี้
เซิ่งอันหนิงไม่รู้ว่าแม่ลูกจงเหวินชิงกลับไปหรือยัง คืนนั้นเธอนอนหลับไม่ค่อยสนิท เช้าวันต่อมาจึงรีบไปโรงพยาบาลเพื่อรายงานตัวกับหลูหยวนต้า
เพราะมีความสัมพันธ์กับโจวชื่อซวิน หลูหยวนต้าจึงดีกับเซิ่งอันหนิงมาก “หลักสูตรอบรมระยะสั้นนี้จัดขึ้นสำหรับคนที่มีพื้นฐานด้านการแพทย์ อย่างเช่นเคยเป็นหมอเท้าเปล่าในชนบท หรือเคยเป็นพยาบาลที่สถานีอนามัยมาหลายปี พอมาเรียนรู้อย่างเป็นระบบแล้ว ก็สามารถไปเป็นหมอที่โรงพยาบาลประจำตำบลหรือเขตได้”
