ช่วงเย็น จงเหวินชิงพาโจวเปยชิงมาอีกครั้ง ทั้งคู่ไม่ได้พูดคุยอะไรกันมาก เพียงแต่จ้องมองโจวชื่อซวินอยู่ตลอด สุดท้ายจึงถามว่าโจวชื่อซวินชอบกินอะไร
เซิ่งอันหนิงถอนหายใจ “จะชอบกินอะไรได้ล่ะ เขาไม่เลือกกินหรอก แค่อิ่มท้องก็พอแล้ว ยังไงเสียเขาก็เดินทางมาทั้งที่ท้องว่าง”
พูดจบก็ปลอบจงเหวินชิงต่อ “คุณไม่ต้องเสียใจมากไปหรอก ตอนนี้เขาก็ยังสบายดี”
จงเหวินชิงยิ่งรู้สึกสงสาร ตอนมื้อเย็นเธอยืนกรานว่าจะไปกินที่ภัตตาคารรัฐวิสาหกิจ สั่งทั้งหมูพะโลกับซี่โครงแกะตุ๋น สรุปว่าในร้านมีเนื้ออะไร เธอก็สั่งมาหมด
ระหว่างกินข้าว เธอยังคอยคีบกับข้าวใส่ชามให้โจวชื่อซวินไม่หยุด ส่วนตัวเองกลับไม่กิน เอาแต่จ้องมองเขาไปเรื่อย ๆ มองไปมองมา น้ำตาก็ไหลออกมา
เซิ่งอันหนิงเห็นว่ามีกับข้าวมากมายขนาดนี้ พวกเธอคงกินกันไม่หมด จึงไปตามลุงใหญ่คนที่สามกับเสี่ยวจู่มาช่วยกิน
ตอนพาลุงใหญ่คนที่สามกับเสี่ยวจู่เข้ามา จงเหวินชิงกำลังมองโจวชื่อซวินด้วยน้ำตาคลออยู่พอดี
ลุงใหญ่คนที่สามหันไปถามเซิ่งอันหนิง “นี่คือแม่แท้ ๆ ของฉางสั่วหรือ”
เวลาผ่านมานานเกินไป เขาจำไม่ได้แล้วว่าหญิงมีครรภ์ในตอนนั้นหน้าตาเป็นอย่างไร
จงเหวินชิงยังจำลุงใหญ่คนที่สามได้ แม้จะนึกชื่อไม่ออก แต่ก็จำชายชราคนนี้ได้ เธอลุกขึ้นยืน มองลุงใหญ่คนที่สามด้วยความประหลาดใจอีกครั้ง
หลังนั่งลงอีกครั้ง จงเหวินชิงก็ถามลุงใหญ่คนที่สามเพื่อยืนยันเรื่องชีวิตของโจวชื่อซวินในหมู่บ้านเหอวาน
ลุงใหญ่คนที่สามเป็นคนซื่อตรง จึงเล่ารายละเอียดทุกอย่างว่าโจวชื่อซวินเติบโตมาในหมู่บ้านเหอวานอย่างไร บางเรื่องแม้แต่เซิ่งอันหนิงก็ยังไม่เคยรู้
