เซิ่งอันหนิงรู้สึกว่าหลัวไช่เสียน่าสงสัยมาก ถึงขั้นสงสัยว่าเธอรู้จักกับโจวลู่หมิงด้วยซ้ำ
อย่างเช่นครั้งก่อนที่เธอถูกลักพาตัว บางทีอาจเป็นโจวลู่หมิงที่วางแผนไว้ก็ได้
หลัวไช่เสียเห็นเซิ่งอันหนิงจ้องตัวเองเขม็ง ก็เลยไม่พูดอะไรสักคำ หันหลังวิ่งหนีไปเสียเฉย ๆ
เซิ่งอันหนิงยืนอยู่หน้าไปรษณีย์ มองหลัวไช่เสียวิ่งหายลับไป ลองนับเวลาดูแล้ว หลัวไช่เสียอยู่ที่หลงเป่ยมาหลายวันแล้ว โจวลู่หมิงเกิดเรื่อง แต่เธอกลับไม่เป็นอะไรเลย
แล้วเธอมาที่นี่ทำไม?
เซิ่งอันหนิงหันกลับเข้าไปถอนเงินที่ไปรษณีย์ พอออกมาก็เริ่มครุ่นคิดเรื่องหลัวไช่เสียอีก กลับถึงบ้านก็ยังบ่นกับโจวชื่อซวินว่า “นี่มันช่างมีวาสนาต่อกันจริง ๆ ฉันแค่ออกจากบ้านก็เจอคนรักเก่าของคุณเข้าให้”
โจวชื่อซวินรู้สึกปวดหัวขึ้นมา “พูดดี ๆ หน่อย”
เซิ่งอันหนิงค้อนเขา “ฉันแค่ออกจากบ้านก็เจอหลัวไช่เสีย วันนั้นไม่ได้ตาฝาดจริง ๆ ด้วย แล้วเธอยังอยู่ในเมืองได้ยังไง? เธอบอกฉันว่ามาทำการค้าที่หลงเป่ย แต่จดหมายนำทางของเธอออกง่ายขนาดนั้นเลยหรือ?”
โจวชื่อซวินเองก็สืบไม่ได้ว่ามีใครอยู่เบื้องหลังหลัวไช่เสียหรือไม่ ที่สำคัญคือเขารู้จักหลัวไช่เสียไม่มาก ตอนสืบเรื่องโจวลู่หมิง ก็ไม่มีเรื่องของหลัวไช่เสียเข้ามาเกี่ยวข้องเลย
เซิ่งอันหนิงแตะคางอย่างสงสัย “คุณว่าเบื้องหลังหลัวไช่เสียมีผู้ชายเก่งกาจสักคนคอยหนุนหลังอยู่หรือเปล่า?”
โจวชื่อซวินส่ายหน้า “ไม่ค่อยแน่ใจ อีกสองวันนี้โจวลู่หมิงก็จะถูกคุมตัวไปจิงเชิงเพื่อรับการพิจารณาคดีแล้ว คนที่อยู่เบื้องหลังเธอคงไม่ใช่โจวลู่หมิงหรอก”
