เซิ่งอันหนิงไม่คิดว่าโจวชื่อซวินจะถูกคนมารับไป ตอนแรกนึกว่าเป็นหลูฉางเฟิง แต่พอคิดดูอีกทีก็ไม่ใช่ ถ้าเป็นหลูฉางเฟิง แม่บ้านคนนั้นคงไม่พูดว่าปฏิบัติต่อโจวชื่อซวินอย่างสุภาพขนาดนั้น
แม่บ้านยังคงเมาท์ไม่หยุด “พวกคุณสองคนดูท่าทางรักกันดีนะ ดูสิ ขาสามีคุณไม่ค่อยสะดวก ยังช่วยทำอาหารทุกวัน ทั้งซักผ้าก็ไม่เคยขาด แล้วดูสามีฉันสิ ขวดซีอิ๊วล้มอยู่ยังไม่คิดจะช่วยตั้งให้เลย”
เซิ่งอันหนิงพยักหน้ารัว ๆ “ค่ะ ที่บ้านฉันก็ดีจริง ๆ เขาค่อนข้างเอ็นดูฉัน แต่งงานใช้ชีวิตด้วยกันก็ต้องห่วงใยกันและกันอยู่แล้ว ไม่อย่างนั้นจะแต่งงานไปทำไม แต่งไปเป็นแม่บ้านรับใช้คนอื่นหรือคะ ถ้าอย่างนั้นไม่แต่งยังดีกว่า”
แม่บ้านรู้สึกเหมือนถูกแทงใจทันที ชีวิตที่เธอเป็นอยู่ทุกวันนี้ไม่ใช่แม่บ้านฟรี ๆ หรอกหรือ ทั้งเลี้ยงลูก ทำอาหาร แล้วยังต้องคอยดูสีหน้าสามีอีก
เซิ่งอันหนิงเพิ่งรู้ตัวว่าเหมือนเผลอพูดแทงใจแม่บ้านเข้าให้ จึงรีบปิดปากเงียบ ตั้งใจล้างผักต่อ
พอผักใกล้ล้างเสร็จ แม่บ้านถึงพูดขึ้นมาอย่างเนิบช้า “ที่คุณพูดก็ถูกนะ แต่ผู้หญิงอย่างพวกเราไม่ได้เกิดมาเพื่อมีลูกแล้วก็รับใช้ผู้ชายหรอกหรือ”
เซิ่งอันหนิงไม่รู้จะตอบอย่างไร จึงล้างผักซ้ำอีกรอบ รอจนแม่บ้านกลับไปก่อนแล้วค่อยกลับบ้าน
……
คนที่มารับโจวชื่อซวินไปคือคนที่จะควบคุมตัวโจวลู่หมิงกลับจิงเชิง
ก่อนจากไป โจวลู่หมิงมีคำขออยู่ข้อหนึ่ง คืออยากพบโจวชื่อซวินสักครั้ง
ทุกคนรู้ดีว่ากลับไปจิงเชิงแล้วโจวลู่หมิงจะต้องเจอกับอะไร จึงตอบตกลงตามคำขอของเขา
โจวลู่หมิงถูกขังมาครึ่งเดือนกว่า ผอมจนแทบจำเค้าเดิมไม่ได้ เขารู้ว่าคราวนี้คงไม่มีทางได้ออกไปทั้งเป็น ในใจจึงมีทั้งความเสียใจและความไม่ยินยอม
