ซูจิ้งเหยาเดินทางมาถึงตำหนักคุนหนิง ภายใต้การนำทางของนางกำนัล นางก้าวเข้าสู่ท้องพระโรงของตำหนักคุนหนิง
ขณะนั้นฮองเฮาประทับนั่งอย่างสง่างามบนบัลลังก์หงส์ ณ ที่ประทับประธาน
ส่วนหลิงเยวี่ยนั่งอยู่เบื้องล่าง คอยสนทนาหยอกเย้าให้พระนางสำราญใจ ใบหน้าประดับรอยยิ้มเอาอกเอาใจ นานครั้งจึงยกถ้วยชาขึ้นจิบเบา ๆ
“หม่อมฉันถวายพระพรพระนางฮองเฮา ถวายพระพรไท่จื่อเฟยเพคะ”
ซูจิ้งเหยาค้อมกายคารวะเล็กน้อย น้ำเสียงสดใสชัดเจน ทว่ายังคงไว้ซึ่งความเคารพ
สายตาของฮองเฮาค่อย ๆ เลื่อนมาหยุดอยู่ที่ซูจิ้งเหยา ตอนแรกที่ได้พบกัน นางดูแต่งกายเรียบง่ายและสงบเสงี่ยมอยู่บ้าง แต่วันนี้เมื่อพบอีกครั้งกลับแตกต่างไปโดยสิ้นเชิง
เห็นได้ชัดว่าได้รับความโปรดปรานจากองค์รัชทายาท ท่วงท่าอรชรอ่อนช้อย แววตาเปี่ยมความมั่นใจและหยิ่งทะนง เผยท่าทีวางอำนาจข่มผู้อื่น
ผ้าแพรไหมที่สวมใส่ เครื่องประดับมุกหยกบนศีรษะ และกำไลที่ข้อมือ ล้วนเป็นของบรรณาการล้ำค่าจากต่างแคว้น หรือไม่ก็ของถวายที่เมืองอื่นคัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน ฮองเฮาย่อมรู้เรื่องเหล่านี้อยู่ไม่น้อย
เพราะก่อนหน้านี้ฝ่าบาทมักนำสิ่งของเหล่านี้ไปพระราชทานรางวัลแก่เหล่าพระสนมที่ได้รับความโปรดปราน บัดนี้เมื่อองค์รัชทายาททรงดูแลราชกิจแล้ว ฝ่าบาทก็ทรงมอบสิ่งเหล่านี้ให้พระองค์จัดการทั้งหมด
“ลุกขึ้นเถิด พระชายารองก็นั่งลงได้”
ฮองเฮาทรงยกพระหัตถ์ขึ้นเล็กน้อย สีพระพักตร์เย็นชา
“ขอบพระทัยพระนางฮองเฮาเพคะ”
ซูจิ้งเหยาลุกขึ้น ก่อนนั่งลงตรงข้ามหลิงเยวี่ย
“วันนี้ที่ข้าเรียกเจ้ามา ก็เพราะเป็นห่วงพระวรกายของเจ้า ข้าได้ยินมาว่าเจ้าเคยถูกวางยาจนปวดศีรษะ ดีขึ้นบ้างหรือยัง”
น้ำเสียงของฮองเฮาราบเรียบ
“กราบทูลพระนางฮองเฮา หม่อมฉันดีขึ้นมากแล้วเพคะ อาการปวดศีรษะนั้น หลังจากหมอหลวงหลี่ช่วยถอนฤทธิ์ยาให้ หม่อมฉันก็หายดีแล้วเพคะ”
ขณะตอบ ซูจิ้งเหยามีสีหน้าซาบซึ้ง ราวกับไม่คาดคิดว่าฮองเฮาจะทรงห่วงใยนางถึงเพียงนี้
“ข้าจำได้ว่าวันที่พระชายารองปวดศีรษะ เป็นวันเดียวกับที่ฝ่าบาทเสด็จไปหาเหลียงหยวน คืนนั้นพระชายารองเชิญองค์รัชทายาทไปยังตำหนักสุ่ยหนิงของเจ้าหรือ”
