หลังหลิงเยวี่ย “สิ้นชีพ” ได้หนึ่งเดือน จักรพรรดิองค์ปัจจุบันก็สวรรคต ข่าวร้ายนี้สร้างความตื่นตระหนกไปทั่วราชสำนัก
องค์รัชทายาทจวินเจ๋อเฉินรับตราหยกแผ่นดินท่ามกลางบรรยากาศอันเคร่งขรึม แล้วสืบทอดราชบัลลังก์
ตามธรรมเนียม พระบรมศพของจักรพรรดิผู้ล่วงลับต้องประดิษฐานอยู่ในพระราชวังเป็นเวลายี่สิบเจ็ดวัน ระหว่างนั้นจะมีพิธีกรรมอันซับซ้อนและเคร่งขรึมจัดขึ้นมากมาย
บ่าวไพร่ทั่วทั้งวังต่างมีสีหน้าโศกเศร้า บรรยากาศหนักอึ้งและอึดอัด
แต่หนึ่งเดือนนั้นก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว หลังจากจวินเจ๋อเฉินส่งพระบรมศพของพระเจ้าแผ่นดินองค์ก่อนไปยังสุสานหลวงแล้ว ก็จัดพิธีขึ้นครองราชย์ กลายเป็นจักรพรรดิองค์ใหม่แห่งแคว้นจุนอย่างเป็นทางการ
ไทเฮาเสด็จมายังตำหนักเฉียนชิง
พระนางทรงฉลองพระองค์ชุดยาวสีแดงเข้ม ปักลายด้วยดิ้นทองทั่วทั้งผืน ลวดลายหงส์บนอาภรณ์งดงามราวกับมีชีวิต ราวกับพร้อมจะกางปีกทะยานขึ้นฟ้าได้ทุกเมื่อ
พระพักตร์ของพระนางเคร่งขรึม ริ้วรอยบาง ๆ บนใบหน้าบ่งบอกถึงกาลเวลาและบุคลิกน่าเกรงขามแห่งราชวงศ์
พระบาทก้าวมั่นคง ทุกย่างก้าวล้วนแผ่ซ่านความสง่างามสูงศักดิ์อันมิอาจตั้งข้อกังขา
หลังจากได้เป็นไทเฮา พระนางก็ย้ายไปประทับที่ตำหนักฉือหนิงแล้ว
บุตรชายของพระนางได้เป็นจักรพรรดิ บุคลิกน่าเกรงขามอันเป็นสง่าราศีของพระนางก็ยิ่งหนักแน่นขึ้น
ไทเฮาทรงมีนางกำนัลประคองเสด็จเข้าสู่ตำหนัก จากนั้นประทับลงตรงข้ามกับจวินเจ๋อเฉิน
พระนางทอดพระเนตรบุตรชายอย่างสงบนิ่ง ก่อนจะตรัสช้า ๆ
“จักรพรรดิคิดจะแต่งตั้งฮองเฮาและสนมอย่างไร”
จวินเจ๋อเฉินไม่ลังเล ตรัสว่า “พระชายารองมีความชอบจากการตั้งครรภ์ อีกทั้งมีครอบครัวสูงศักดิ์ ย่อมคู่ควรเป็นฮองเฮาของเจิ้น และได้รับเกียรติแห่งตำหนักกลาง”
น้ำเสียงหนักแน่นนั้นเต็มไปด้วยความโปรดปรานที่มีต่อซูจิ้งเหยา
ไทเฮามิได้ทรงแปลกพระทัยนัก เมื่อครั้งอยู่ในวังตะวันออก จักรพรรดิก็ทรงโปรดปรานพระชายารองอยู่แล้ว บัดนี้หลิงเยวี่ยสิ้นชีพกะทันหัน ตำแหน่งฮองเฮาว่างลง หากจักรพรรดิจะตั้งฮองเฮา ก็ย่อมต้องเป็นพระชายารองเท่านั้น
ไทเฮาพยักพระพักตร์เล็กน้อย ก่อนจะตรัสถามต่อว่า “แล้วสตรีผู้รับใช้อีกเจ็ดคนเล่า จักรพรรดิมีความคิดอย่างไร”
